มาตรา 27 พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๔๐ มาใช้บังคับแก่การไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้โดยอนุโลม มาตรา ๗๑/๑๓ ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้
ให้ขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนกับการนำเข้าสินค้าที่หลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ในอัตราไม่เกินอัตราสูงสุดที่เรียกเก็บกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้จากประเทศผู้ส่งออกนั้น ในการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง
ให้เริ่มตั้งแต่วันที่มีการจัดทำทะเบียนการนำเข้าสินค้า ในการนี้ ให้กรมศุลกากรมีอำนาจเรียกเก็บอากรดังกล่าวตามที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย การขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง ให้เปลี่ยนแปลงหรือยุติตามการเรียกเก็บอากรของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ มาตรา ๗๑/๑๔
ในกรณีที่มีการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน หากผู้นำเข้าไม่ชำระอากรหรือชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนไม่ครบถ้วน หรือค้างชำระค่าอากรดังกล่าว ให้นำมาตรา ๔๙/๑ หรือมาตรา ๗๐/๑ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๗๑/๑๕
ในกรณีที่มีการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนผู้นำเข้าอาจยื่นคำขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนต่อกรมศุลกากรได้ หากภายหลังปรากฏว่ามีการส่งสินค้าที่ได้ชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ให้นำมาตรา ๔๙/๒ หรือมาตรา ๗๐/๒ แล้วแต่กรณี
มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๗๑/๑๖ การเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้จนถึงการดำเนินการให้มีคำวินิจฉัยว่าให้ขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน หรือมีคำวินิจฉัยว่าไม่มีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าเดือนนับแต่วันประกาศไต่สวน
เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขยายได้อีกไม่เกินสามเดือน มาตรา ๗๑/๑๗ เมื่อคณะกรรมการเห็นสมควร หรือเมื่อมีคำขอจากผู้มีส่วนได้เสียหลังจากที่ได้มีการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
คณะกรรมการอาจพิจารณาทบทวนเพื่อยุติการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนได้ การพิจารณาทบทวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศให้มีการทบทวน การพิจารณาทบทวนไม่กระทบถึงการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในระหว่างนั้น มาตรา ๗๑/๑๘
ผู้นำเข้าอาจขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรืออากรตอบโต้การอุดหนุนที่ถูกเรียกเก็บจากการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ในขณะหนึ่งขณะใดได้ถ้าผู้นั้นพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ตามมาตรา ๗๑/๓
การขอคืนอากรตามวรรคหนึ่งต้องยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศภายในหกเดือนนับแต่วันชำระอากรดังกล่าว การพิจารณาคืนอากรจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการรับคำขอดังกล่าว เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินหกเดือน มาตรา ๗๑/๑๙ ให้นำมาตรา ๗๑/๓ มาตรา ๗๑/๔ มาตรา ๗๑/๖
วรรคสาม มาตรา ๗๑/๗ มาตรา ๗๑/๘ มาตรา ๗๑/๙ มาตรา ๗๑/๑๐ มาตรา ๗๑/๑๑ และมาตรา ๗๑/๑๒ มาใช้บังคับแก่การทบทวนและการขอคืนอากร ตามมาตรา ๗๑/๑๗ และมาตรา ๗๑/๑๘ โดยอนุโลม มาตรา ๗๑/๒๐ ผู้ใดไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามมาตรา ๗๑/๑๓ หรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการในการขอให้ทบทวนตามมาตรา ๗๑/๑๗ และมาตรา ๗๑/๑๘
ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น และให้นำมาตรา ๖๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม”
ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๒๗ เมื่อมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นครั้งแรกหลังจากที่พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และกรรมการดังกล่าวดำรงตำแหน่งครบสองปี
ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมดโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโดยวิธีการจับสลากเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 27 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณมาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-21
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง