มาตรานี้กำหนดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง ให้กระทำได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ เว้นแต่กรณีโอนให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งเมื่อมหาเถรสมาคมไม่ขัดข้องและได้รับค่าผาติกรรมจากหน่วยงานนั้นแล้ว ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ทั้งห้ามมิให้บุคคลใดยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 34 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณให้กระทำได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ เว้นแต่กรณีโอนให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งเมื่อมหาเถรสมาคมไม่ขัดข้องและได้รับค่าผาติกรรมแล้ว ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา
ไม่ได้ ตัวบทห้ามมิให้บุคคลใดยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศาสนสมบัติกลาง
เป็นเงื่อนไขของการโอนโดยพระราชกฤษฎีกา คือหน่วยงานของรัฐผู้รับโอนต้องจ่ายค่าผาติกรรม และมหาเถรสมาคมต้องไม่ขัดข้อง
↑ ดูพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)