⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › สารบัญกฎหมาย › พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 › มาตรา 66

มาตรา 66 พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546

หมวด ๕ ทรัพย์สินและการบัญชี
มาตรา ๖๖ เมื่อปรากฏว่ากองทุนทั่วไปมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายประจำปี ให้อธิการบดีเสนอสภาสถาบันดำเนินการดังนี้ (๑) ให้นำเงินรายได้ส่วนที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายประจำปีในกองทุนทั่วไปโอนไปชดใช้กองทุนอื่นใดที่มียอดติดลบก่อน (๒) ให้จัดสรรเงินส่วนที่เหลือจากที่โอนไปตาม (๑) ให้กองทุนประเภทต่าง ๆ รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบและจัดสรรผลประโยชน์ให้ผู้รับใบอนุญาตไม่เกินร้อยละสามสิบ โดยให้มียอดคงเหลืออยู่เป็นทุนดำเนินงานของกองทุนทั่วไปไม่น้อยกว่าร้อยละสิบ

สรุปมาตรา 66 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรา ๖๖ กำหนดวิธีจัดการเงินรายได้ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเมื่อกองทุนทั่วไปมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายประจำปี โดยให้อธิการบดีเสนอสภาสถาบันดำเนินการสองขั้น คือ (๑) นำเงินส่วนที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายไปชดใช้กองทุนอื่นใดที่มียอดติดลบก่อน และ (๒) จัดสรรเงินส่วนที่เหลือให้กองทุนประเภทต่าง ๆ รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบ จัดสรรผลประโยชน์ให้ผู้รับใบอนุญาตไม่เกินร้อยละสามสิบ และคงเหลือเป็นทุนดำเนินงานของกองทุนทั่วไปไม่น้อยกว่าร้อยละสิบ

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 66 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 66

สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีรายได้เกินค่าใช้จ่ายต้องทำอย่างไร

อธิการบดีต้องเสนอสภาสถาบันให้นำเงินส่วนเกินไปชดใช้กองทุนอื่นที่มียอดติดลบก่อน แล้วจึงจัดสรรส่วนที่เหลือตามสัดส่วนที่มาตรา ๖๖ (๒) กำหนดไว้

สัดส่วนการจัดสรรเงินตามมาตรา ๖๖ เป็นอย่างไร

จัดสรรให้กองทุนประเภทต่าง ๆ รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบ จัดสรรผลประโยชน์ให้ผู้รับใบอนุญาตไม่เกินร้อยละสามสิบ และคงเหลือเป็นทุนดำเนินงานของกองทุนทั่วไปไม่น้อยกว่าร้อยละสิบ

ผู้รับใบอนุญาตรับผลประโยชน์ได้สูงสุดเท่าใด

ได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของเงินส่วนที่เหลือหลังจากโอนไปชดใช้กองทุนที่ติดลบตาม (๑) แล้ว

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 62มาตรา 63มาตรา 64มาตรา 65มาตรา 67มาตรา 68มาตรา 69มาตรา 70

↑ ดูพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546ทั้งหมด

🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง