มาตรานี้กำหนดว่าการโฆษณาเครื่องสำอางต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นข้อความเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือลักษณะของเครื่องสำอาง โดยข้อความที่ถือว่าไม่เป็นธรรมหรืออาจก่อผลเสียต่อสังคม ได้แก่ ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญไม่ว่าจะอ้างอิงรายงานทางวิชาการหรือสถิติหรือไม่ก็ตาม ข้อความที่แสดงสรรพคุณเป็นการรักษาโรคหรือมิใช่จุดมุ่งหมายเป็นเครื่องสำอาง ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม ข้อความที่สนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้กระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรมหรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ ข้อความที่ทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน และข้อความอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ข้อความที่บุคคลทั่วไปรู้ได้ว่าไม่อาจเป็นความจริงได้โดยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความต้องห้ามตามวรรคสอง (๑)
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 41 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณไม่ได้ ข้อความที่แสดงสรรพคุณเป็นการรักษาโรคหรือที่มิใช่จุดมุ่งหมายเป็นเครื่องสำอาง ถือเป็นข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคและต้องห้ามในการโฆษณา
ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ข้อความอ้างสรรพคุณรักษาโรค ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม ข้อความที่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม ข้อความที่ทำให้เกิดความแตกแยก และข้อความอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ตัวบทกำหนดว่าข้อความที่บุคคลทั่วไปสามารถรู้ได้ว่าไม่อาจเป็นความจริงได้โดยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความที่ต้องห้ามตามวรรคสอง (๑)
↑ ดูพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)