คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2475
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อลูกหนี้ลงชื่อในใบตราส่งให้เจ้าหนี้ตราส่งความและจำนวนเงินที่แท้จริง เอกสารนั้นสมบูรณ์แล้ว หน้าที่นำสืบของลูกหนี้คือการพิสูจน์ว่าได้ชำระหนี้ไปแล้วบางส่วนหรือทั้งหมด
ย่อคำพิพากษา
ลูกหนี้ลงชื่อในใบตรอกให้เจ้าหนี้ตรอกความและจำนวนเงินที่แท้จริงเอกสารนั้นสมบูรณ์วิธีพิจารณาแพ่งหน้าที่นำสืบลูกหนี้สู้ว่าชำระเงินไปบ้างแล้ว แต่ไม่มีหลักฐาน ลูกหนี้ต้องสืบ พ.ร.บ. ฎีกาอุทธรณ์ใครนำสืบก่อนเป็นปัญหากฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยซื้อเชื่อสิ่งของไปจากโจทก์ และได้ลงชื่อในใบซื้อเชื่อให้โจทก์ตรอกข้อความและจำนวนเงินเองเป็นจำนวน ๕๐๒ บาท ๗๙ สตางค์ จำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระเงินให้โจทก์แล้ว ๓๖๕ บาท แต่ไม่มีใบรับต่างฝ่ายต่างโต้เถียงกันในเรื่องหน้าที่นำสืบและตกลงไม่สืบพะยานกัน
ศาลฎีกาตัดสินว่า เมื่อจำเลยให้การรับว่าได้ซื้อเชื่อสิ่งของไปจากโจทก์แต่ต้อสุ้ว่าได้ชำระเงินไปบ้างโดยไม่มีหลักฐานแสดง หน้าที่นำสืบจึงตกจำเลยส่วนที่จำเลยลงซื้อในใบเชื่อสิ่งของให้โจทก์ตรอกความและจำนวนเงินเองตามประเพณีค้าขาย ซึ่งจำเลยรับว่าเขาทำกันทั่วไป และโจทก์ได้ตรอกจำนวนเงินที่แท้จริง ทั้งจำเลยก็รับว่าเป็นจำนวนที่ถูกต้องนี้ เอกสารจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย ทั่งสิ่งของจำเลยก็รับไปแล้ว ให้จำเลยใช้เงินโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2475
นายเปงลิบ แซ่เตีย โจทก์
นายเกียมู้ แซ่ตัน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเปงลิบ แซ่เตีย · จำเลย - นายเกียมู้ แซ่ตัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · พรหม · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวิชิตฯ · ศาลอุทธรณ์ - พระวรพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา