คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พยานหลักฐานที่ผู้ตายแจ้งความต่อเจ้าพนักงานว่าจำเลยทำร้ายตน แม้ผู้ตายจะเสียชีวิตภายหลัง แต่หากไม่ปรากฏว่าขณะให้ถ้อยคำนั้นผู้ตายรู้สึกตัวว่าจะถึงแก่ความตายหรือไม่ ถ้อยคำดังกล่าวจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ลักษณพะยานถ้อยคำผู้ตายมาแจ้งความ+ตายให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานระบุชื่อจำเลยเป็นผู้ทำร้ายแต่ไม่ปรากฎว่าเวลาให้ถ้อยคำนั้นผู้ตายรู้สึกตัวว่าจะตายหรือไม่นั้น รับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยต้องหาว่าฆ่าคนตายตามมาตรา ๒๔๙ พะยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานมาเบิกความด้วยว่า ผู้ตายได้ให้ถ้อยคำว่า ห.จำเลยเป็นผู้ทำร้าย แต่ผู้ตายได้ตายลงในขณะที่เจ้าพนักงานกำลังจดปากคำอยู่นั้นผู้ตายยังไม่ทันได้ลงชื่อ
ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำเจ้าพนักงานนั้นไม่ปรากฎว่าในขณะที่ผู้ตายให้ถ้อยคำนั้นได้รู้ตัวว่าจะตายหรืออย่างไร จึงฟังได้เท่ากับคำแจ้งความธรรมดาที่ระบุชื่อผู้ร้ายเท่านั้น จะฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2478
อัยยการสงขลา - โจทก์
นายหึมหมานหมัด กับพวก - ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสงขลา - · ล - นายหึมหมานหมัด กับพวก - |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · มนธา · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา