คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 305/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสารภาพของจำเลยตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา จะนำไปสู่การตัดสินลงโทษจำเลยได้เฉพาะการรับสารภาพในคดีที่พิจารณาอยู่เท่านั้น ไม่รวมถึงการรับสารภาพในคดีอื่นหรือชั้นอื่น ๆ และคำรับสารภาพในคดีก่อนไม่อาจนำมาใช้ลงโทษจำเลยในคดีหลังได้
ย่อคำพิพากษา
แปลกฎหมาย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความมีโทษ ม.11 ที่ว่าเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพศาลก็ตัดสินลงโทษจำเลยทีเดียวได้ มุ่งถึงการรับสารภาพในคดีที่พิจารณาเรื่องนั้นอยู่โดยฉะเพาะหาได้หมายความรวมถึงการรับสารภาพในชั้นหลัง ๆ ด้วยไม่ พะยานคำรับสารภาพคำรับสารภาพของจำเลยในคดีก่อนนั้นศาลจะฟังมา-ลงโทษจำเลยในคดีหลังนี้หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความมีโทษสำหรับใช้ไปพลางก่อน ร.ศ.115 ม.11 อาชญา ม.158
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า เดิมโจทก์ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานว่า จำเลยที่ ๑ มีฝิ่นเถื่อนแลมีฝิ่นเกินใบอนุญาต เจ้าพนักงานไปตรวจค้นจับได้ แต่ก่อนที่จะฟ้องจำเลยที่ ๑ ๆ ได้ฟ้องโจทก์เสียก่อนหาว่าโจทก์แจ้งความเท็จแลกระทำพะยานเท็จ แต่ศาลได้ยกฟ้องคดีนี้เสียโดยเห็นว่าไม่มีมูล ปรากฏตามคดีแดงที่ ๖๕๗/๒๔๗๖ ต่อมาอัยยการจึงฟ้องจำเลยที่ ๑ กับ ข.ในเรื่องฝิ่นที่จับได้ จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องแลศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยคดีเป็นอันยุตติถึงที่สุดไปแล้ว โจทก์จึงฟ้องจำเลยในคดีนี้-หาว่าเอาความเท็จมาฟ้องกล่าวโทษแกจำเลยทั้ง ๒ ได้เข้าเบิกความเป็นพะยานเท็จดังปรากฏในคดีแดงที่ ๗๔๒/๒๔๗๖ ขอให้ลงโทษจำเลย
ศาลเดิมพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปรับจำเลยที่ ๑ โดยเอาคำรับสารภาพของจำเลยที่ปรากฏตามสำนวนคดีแดงที่ ๖๕๗/๒๔๗๖ มาฟังลงโทษ
ศาลฎีกาเห็นว่าตาม ม.๑๑ แห่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความมีโทษ ๆ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลก็ตัดสินลงโทษจำเลยทีเดียวได้ เห็นว่ามาตรานี้มุ่งถึงการรับสารภาพในคดีที่พิจารณาอยู่นั้นโดยฉะเพาะ หาได้หมายความตลอดไปว่าเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพในคดีเรื่องก่อนก็เท่ากับรับสารภาพในเรื่องหลังด้วย อนึ่งคำรับของบุคคลในเรื่องใดโดยฉะเพาะก็ย่อมรับฟังได้ฉะเพาะเรื่องฉะเพาะรายไปจะถือเอาเป็นข้อผูกมัดสำหรับเรื่องอื่นตลอดไปด้วยไม่มีสิ้นสุดหามิได้ เพราะผู้ให้คำรับย่อมหวังผลต่าง ๆ กัน แล้วแต่พฤตติการณ์เป็นเรื่อง ๆ ไป ฉะนั้นในคดีนี้ศาลจะยกเอาคำรับสารภาพแลคำพิพากษาของศาลในคดีที่ ๗๔๒/๒๔๗๖ มาฟังเป็นหลักฐานลงโทษโดยอาศัยมาตรา ๑๑ แห่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณามีโทษ ๆ นั้นไม่ได้ ทั้งกฎหมายอื่นก็ไม่มีบัญญัติให้เป็นเช่นนั้น แลอีกประการหนึ่งคดีนี้กับคดีอาญาเลขแดงที่ ๗๔๒/๒๔๗๖ ก็มีข้อหาแลประเด็นนำสืบต่างกัน การที่ศาลอุทธรณ์ฟังแต่คำพิพากษาแลคำรับสารภาพของจำเลยในคดีนี้เรื่องก่อนมาลงโทษจำเลยจึงเป็นการการไม่ชอบ ทั้งพะยานหลักฐานอื่นก็ไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำผิดจึงพิพากษาให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 305/2478
นายเก้า ตุลารักษ์ - โจทก์
ขุนแพทย์ไพบูลย์ที่ 1 นายผินที่ 2 - ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเก้า ตุลารักษ์ - · ล - ขุนแพทย์ไพบูลย์ที่ 1 นายผินที่ 2 - |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤต · นล · อิศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา