⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 465/2478

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2478

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาเกินกว่าห้าร้อยบาท หากมิได้มีการวางมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วน ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ และการตั้งตัวแทนให้ทำสัญญาดังกล่าวก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย 2. บุคคลที่ยอมให้ผู้อื่นเป็นตัวแทนของตนในต่างประเทศ ต้องรับผิดในฐานะตัวการเสมือนว่าผู้นั้นเป็นตัวแทนของตนเอง 3. ศาลสามารถบังคับให้ชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศได้ และอาจกำหนดให้เสียดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี 4. ศาลไทยยอมรับบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ แต่การวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นคู่สัญญาเดิมหรือไม่นั้นเป็นอำนาจของศาลเอง 5. การทำสัญญาที่มีคู่สัญญาสองสัญชาติ ให้ใช้กฎหมายของประเทศที่

ย่อคำพิพากษา

สัญญาซื้อขายข้าวเป็นเงินเกินกว่าห้าร้อยบาท ถ้ามิได้วางมัดจำหรือชำระหนี้บางส่วนแล้ว ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ในกรณีเช่นนี้การตั้งตัวแทนไปทำสัญญาก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย ยอมให้บุคคลเชิดเป็นตัวแทนของตนในต่างประเทศตนต้องรับผิดในฐานตัวการเสมอกับผู้นั้นเป็นตัวแทนของตน เป็นหนี้กันเป็นเงินต่างประเทศ ศาลบังคับให้ใช้เป็นจำนวนเงินต่างประเทศนั้น ศาลยอมให้ดอกเบี้ยในระวางผิดสัญญาร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี โปรโตดลระวางประเทศว่าด้วยการมอบข้อพิพาทให้อนุญาตโตตุลาการชี้ขาดเมืองเยเนวา ลงวันที่ 19 กันยายน ค.ศ.1927 ศาลสยามยอมรับบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแต่ในข้อที่ว่าจำเลยเป็นคู่สัญญาเดิมหรือไม่นั้นศาลเป็นผู้วินิจฉัยเอง ไม่ใช่ถือตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ กฎหมายระวางประเทศแผนกคดีบุคคล การทำสัญญาระวางบุคคล 2 ประเทศ การใช้กฎหมายบังคับแบบแห่งสัญญาผลแห่งสัญญาและความสามารถของคู่สัญญาต้องใช้กฎหมายของประเทศที่ทำสัญญากันบังคับเมื่อจำเลยปฏิเสธว่ามิได้เป็นคู่สัญญาต้องใช้กฎหมายในประเทศที่จำเลยอยู่บังคับประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.34 ป้องกันในศาลสยามแต่พะยานอยู่ในประเทศเยอรมัน โจทก์ส่งเอกสารคำพะยานซึ่งสาบาลตัวรับรองว่าเป็นสัตยจริงต่อม้าโนตารีบับลิกซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายประเทศนั้น+มีกงสุลสยามลงชื่อรับรองลายมือผู้เขียนด้วยนั้น ศาล+ยอมรับฟังเป็นพะยานได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์อ้างว่าจำเลยทำสัญญาลงวันที่ ๒๒ กันยายน ค.ศ.๑๙๓๑ ขายข้าวให้โจทก์โดยทาง ม.ซึ่งเป็นตัวแทนแล้วผิดสัญญาได้มอบข้อพิพาทให้อนญาโตตุลาการที่กรุงลอนดอนพิจารณาตามข้อสัญญา อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้จำเลยใช้เงินแล้วจำเลยไม่ใช้ จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับ ฝ่ายจำเลยปฏิเสธสัญญาตลอดมาว่าไม่เคยเป็นคู่สัญญากับโจทก์เลย โจทก์ได้ส่งเอกสารเป็นพะยานกับโจทก์ยื่นเอกสารถ้อยคำของ อ.ซึ่งสาบาลตัวแล้วให้ถ้อยคำไว้ที่กรุงฮัมเบอร์กเอกสารนี้ทำถูกต้องตามระเบียบคือ ผู้เขียนสาบาลตนรับรองว่าข้อความเป็นสัตย์จริงต่อหน้าโนตารีบับลิกผู้มีอำนาจตามกฎหมายแห่งกรุงฮัมเบอร์ก และกงสุลสยามลงชื่อรับรองลายมือผู้เขียนด้วยเอกสารนี้ได้ความว่า ม.เสนอขายข้าวแทนจำเลยต่อห้าง ย.ซึ่งเป็นผู้แทนโจทก์แล้ว ม.โทรเลขถึงจำเลยในวันรุ่งขึ้นว่าโจทก์เสนอรับแล้ว วันเดียวนี้เองจำเลยโทรเลขถึงว่าไม่สามารถตกลงด้วยในการส่งข้าว กับได้ความอีกว่า ม.เคยเชิดตัวเองเป็นตัวแทนของจำเลยเสมอ และมีผู้ถือว่าเป็นตัวแทนเช่นนั้นตลอดมา ทั้งในปีเดียวกันสัญญารายพิพาทนี้โจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาขายข้าวแก่กัน ๒ คราวโดยทาง ม. ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษายกฟ้องโดยอ้างว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการใช้บังคับแก่จำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าจำเลยจะเป็นคู่สัญญากับโจทก์ตามสัญญาลงวันที่ ๒๒ กันยายน ค.ศ.๑๙๓๑ หรือไม่ อนุญาโตตุลาการได้ขี้ขาดไว้ แต่ศาลไทยไม่ต้องถือตาม เพราะอนุญาโตตุลาการเป็นแต่จะต้องดำเนินตามสัญญา-เดิม ไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้ถูกอ้างเป็นคู่สัญญาได้ให้อำนาจแก่ตัวแทนหรือไม่ ข้อวินิจฉัยต่อไปคือจำเลยอยู่ในสยามสัญญาทำในเยอรมัน การมอบอำนาจให้อนุญาโตตุลาการไปทำกันในอังกฤษ เช่นนี้ต้องใช้กฎหมายไทยบังคับ ตามหลักกฎหมายระวางประเทศแผนกคดีบุคคลรับรู้กันทั่วไปว่า แบบสัญญาผลแห่งสัญญาแลความสามารถของคู่สัญญาจะต้องบังคับตามกฎหมายของประเทศที่ทำสัญญากัน (LONLOCI COMTRSCTUS) แต่ในคดีนี้จำเลยต่อสู้ในเบื้องตนว่ามิได้เป็นคู่สัญญาด้วย ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จะยุตติลงได้ด้วยใช้กฎหมายไทยบังคับ แต่โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือฉะนั้นจะอ้างว่าสัญญาตัวแทนมีอยู่ระวาง ม.กับจำเลยไม่ได้ แต่ได้ความตามเอกสารถ้อยคำของ อ.ว่า ม.เคยเชิดเป็นตัวแทนของจำเลยเสมอมา จำเลยก็ไม่เคยปฏิเสธ จำเลยจึงต้องรับผิดตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๘๒๑ จำเลยก็มิได้คัดค้านหลักฐานโจทก์ เป็นแต่ปฏิเสธว่ามิได้ - เป็นคู่สัญญา เป็นหน้าที่จำเลยจะต้องนำสืบหักล้าง+หลักฐานที่กล่าวแล้วของโจทก์แต่จำเลยมิได้นำพะยานมาสืบเสียเลย จึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ โดยให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ ๑๗๑๔ ปอนด์ ๕ ชิลลิง กับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2478 บริษัทไรสอนด์เอ๊กสปอร์ตเกเชลขาฟต์ เอม.บี.เอช ชาติและบังคับเยอรมัน โดยนายฮาร์.ดี.แอลกินสัน ผู้รับมอบฉันทะ - โจทก์ ห้างเบอร์ลียุคเกอร์แอนโก - ล

รายละเอียดคดี

คู่ความชาติและบังคับเยอรมัน - บริษัทไรสอนด์เอ๊กสปอร์ตเกเชลขาฟต์ เอม.บี.เอช · โจทก์ - โดยนายฮาร์.ดี.แอลกินสัน ผู้รับมอบฉันทะ - · ล - ห้างเบอร์ลียุคเกอร์แอนโก -
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กียอง · ฮอลลันด์ · กฤต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา