⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1015/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2484

พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ม.3, 9, 13

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคู่กรณีตกลงกันให้นำคดีสู่ศาลไทย ศาลไทยจะใช้กฎหมายไทยบังคับ เว้นแต่จะตกลงกันให้ใช้กฎหมายต่างประเทศ

ย่อคำพิพากษา

คู่กรณีทำสัญญากันในต่างประเทศระบุว่าให้นำคดีสู่ศาลใดและใช้กฎหมายของประเทศใดแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามข้อตกลงนั้น คู่กรณีทำสัญญากันให้นำคดีสู่ศาลไทย ศาลก็ย่อมใช้กฎหมายไทยบังคับคดี เว้นแต่จะมีตกลงกันให้ใช้กฎหมายต่างประเทศผู้รับขนส่งจะเรียกค่านำเรือเข้าท่าหนีภัยสงครามจากผู้ส่งสินค้าได้เท่าใดนั้นต้องนำสืบว่าเป็นค่าอะไรเท่าใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.34 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.401 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.14 พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ม.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ม.9 พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ม.13

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.34 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.401 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าโจทก์เป็นผู้แทนบริษัทดิ๊ตเฮล์มไซ่ง่อน จำเลยเป็นผู้แทนบริษัทเดินเรือน๊อดดอยเชอร์ลอยด์แห่งเบรเมนในประเทศเยอรมัน บริษัทเดินเรือเยอร์มันทำสัญญาขนส่งยางให้แก่บริษัทดิ๊เฮล์มไซ่ง่อนโดยทำสัญญากันในต่างประเทศ ในใบตราส่งข้อ ๑๙ มีความว่าข้อพิพาททั้งสิ้นจะต้องชี้ขาดตามกฎหมายเยอรมันและโดยศาลเบรเมน ในขณะที่เรือบรรทุกยางมาแวะประเทศไทยนั้น มีข่าวสงคราวระหว่างอังกฤษกับเยอรมันเรือบรรทุกยางจึงกลับมาแวะที่เกาะสีชังโจทก์เกรงยางจะเสีย จึงไปรับยางลงจากเรือ แต่จำเลยเรียกค่านำเรือหนีเข้าท่าร้อยละ ๒๐ มิฉะนั้นไม่ยอมให้ขนยางลงจากเรือ โจทก์จะยอมเสียร้อยละ ๕ แต่จำเลยไม่ยอม ในที่สุดตกลงทำสัญญากันโดยโจทก์ยอมวางเงินร้อยละ ๒๐ นั้นไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ไทย จำกัด ธนาคารจะต้องถือเงินรายนี้รอผลของคดีที่จะนำขึ้นสู้ศาลเพื่อให้ทราบแน่ว่าบริษัทฝ่ายโจทก์จะต้องเสียค่านำเรือเข้าท่าหรือไม่ และจะต้องเสียสักเท่าไร จนกว่าศาลไทยจะพิพากษาเด็ดขาดถึงที่สุด ห้ามมิให้ถอนเงินดังกล่าวนั้น ครั้นแล้วโจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าฝ่ายโจทก์ไม่ต้องเสียเงินค่านำเรือเข้าท่า ศาลแพ่งพิพากษาให้โจทก์เสียเงินค่านำเรือเข้าท่าเป็นเงินร้อยละ ๕ ของราคาสินค้า จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามปกติข้อพิพาทในเรื่องขนส่งรายนี้ถ้าเกิดมีขึ้นก็ต้องบังคับตามใบตราส่ง แต่สำหรับเงินทีวางไว้ที่ธนาคารรายที่พิพาทกันในคดีนี้ คู่กรณีทำสัญญาให้นำคดีขึ้นสู่ศาลไทย ศาลไทยจึงมีอำนาจพิจารณาได้ และเมื่อคดีสู่ศาลไทย ศาลไทยก็ย่อมนำกฎหมายไทยมาใช้บังคับเว้นแต่จะระบุในสัญญาฉะบับหลังนี้ว่าให้ศาลไทยนำกฎหมายเยอรมันมาบังคับส่วน จำนวนเงินนั้นจำเลยสืบไม่ได้ว่ามีสิทธิยึดไว้เป็นค่าอะไรเป็นจำนวนเท่าใด ฝ่ายโจทก์นำสืบว่าจำเลยยึดไว้ได้ร้อยละ ๕ ของราคาสินค้า โจทก์จึงรับเงินที่เหลือนี้คืนได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2484 บริษัทดิ๊ตเฮล์ม จำกัด โจทก์ บริษัทวินเซอร์ แอนด์โก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทดิ๊ตเฮล์ม จำกัด · จำเลย - บริษัทวินเซอร์ แอนด์โก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · วิเศษ · ทิพปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายประกอบ หุตะสังข์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยา+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4176/2530ฎีกา 2842/2549ฎีกา 8689/2558ฎีกา 3289/2530ฎีกา 7565/2548ฎีกา 1091/2519ฎีกา 1824/2506ฎีกา 1112/2530ฎีกา 1148/2565ฎีกา 398/2486ฎีกา 3015/2524ฎีกา 2910/2537ฎีกา 2607/2562ฎีกา 227/2522ฎีกา 4838/2545ฎีกา 465/2478ฎีกา 6111/2540ฎีกา 2553/2536ฎีกา 9083/2539ฎีกา 1229/2519ฎีกา 1978/2542ฎีกา 3223/2522ฎีกา 8612/2549ฎีกา 11181/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา