คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลตามพระราชกฤษฎีกา มีผลบังคับใช้กับคดีที่ยื่นฟ้องภายหลังวันที่มีผลบังคับใช้ของพระราชกฤษฎีกา. คดีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวง หากยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัด ศาลจังหวัดมีดุลพินิจที่จะไม่รับพิจารณาคดีนั้นได้.
ย่อคำพิพากษา
ขณะเกิดเหตุคดีของโจทก์อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดที่จะต้องรับฟ้องไว้พิจารณา แต่เมื่อโจกท์ยื่นฟ้องได้มีพระราชกฤษฎีกาขยายเขตอำนาจศาลให้คดีของโจทก์อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวง โจทก์จึงต้องฟ้องคดีต่อศาลแขวง
คดีที่เกิดขึ้นในเขตศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวง ถ้ายื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลจังหวัดที่จะไม่ยอมรับพิจารณาพิพากษาคดีที่ยื่นฟ้องเช่นนั้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.14 พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงนครราชสีมา ศาลแขวงสุรินทร์ ศาลแขวงอุบลราชธานี ศาลแขวงอุดรธานี ศาลแขวงขอนแก่น ศาลแขวงเชียงใหม่ ศาลแขวงลำปาง ศาลแขวงพิษณุโลก ศาลแขวงนครสวรรค์ ศาลแขวงสุพรรณบุรี ศาลแขวงนครศรีธรรมราช ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี และศาลแขวงสงขลา พ.ศ.2520 ม.5
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๐ เวลากลางวัน จำเลยร่วมกันกับพวกหมิ่นประมาทโจทก์ เหตุเกิดที่ตำบลนาส่วง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘, ๘๓
ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดอุบลราชธานี) มีคำสั่งไม่รับฟ้อง โดยเห็นว่าเป็นคดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงอุบลราชธานี
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คดีนี้วันเกิดเหตุและสถานที่เกิดเหตุตามที่โจทก์กล่าวหาเดิมคดีจะอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่จะต้องรับฟ้องไว้พิจารณาก็ตาม แต่ต่อมาจะได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวง ฯลฯ พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงหลายแห่งรวมทั้งศาลแขวงอุบลราชธานี ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้ศาลแขวงอุบลราชธานีมีเขตอำนาจในอำเภอเดชอุดมด้วย และตามมาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๐ ฉะนั้น พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๒๑ ศาลแขวงอุบลราชธานีจึงมีเขตอำนาจในอำเภอเดชอุดมซึ่งความผิดคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันดังกล่าว โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๒๑ จึงต้องไปฟ้องต่อศาลแขวงอุบลราชธานี ซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจตามพระราชธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๔ (๒) แม้คดีที่เกิดขึ้นในเขตศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวง ถ้ายื่นฟ้องต่อศาลจังหวัด ศาลจังหวัดก็ชอบที่จะรับฟ้องไว้พิจารณาได้นั้น ตามกฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้อยู่ในดุลพินิจจของศาลจังหวัดที่จะไม่ยอมรับพิจารณาพิพากษาคดีที่ยื่นฟ้องเช่นนั้นได้ คดีนี้ศาลจังหวัดอุบลราชธานีได้ใช้ดุลพินิจไม่รับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น คำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2522
นายวิวัฒน์ สุนิติสาร โจทก์
นายบุญ ทองศรี ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิวัฒน์ สุนิติสาร · ล. - นายบุญ ทองศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเนา ดิษยบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา