⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1722/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1722/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การฟ้องคดีที่มูลคดีเกิดขึ้นนอกเขตศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา ต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน โดยต้องแสดงให้เห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลนั้นจะสะดวกกว่า. 2. ข้อเท็จจริงใหม่ที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องคดีไม่เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิหรือประโยชน์ใด ๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์เหล่านั้น โจทก์ต้องฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (2) ถ้าโจทก์จะฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ที่มูลคดีเกิดขึ้น โจทก์จะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องแสดงให้เห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลจังหวัดสุรินทร์จะเป็นการสะดวกเพื่อให้ศาลจังหวัดสุรินทร์ใช้ดุลยพินิจอนุญาตเสียก่อน โจทก์จึงจะฟ้องจำเลยได้ ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (2) บัญญัติบังคับไว้ การที่โจทก์มิได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องและมิได้แสดงให้ศาลจังหวัดสุรินทร์เห็นว่าจะเป็นการสะดวกในการพิจารณา แม้ต่อมาศาลจังหวัดสุรินทร์จะมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ดำเนินดคีอย่างคนอนาถา ให้รับคำฟ้อง หมายเรียกจำเลยแก้คดี ก็ถือไม่ได้ว่าศาลได้อนุญาตให้โจทก์ฟ้องจำเลยนอกเขตศาลจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ ข้อเท็จจริงใหม่ที่โจทก์ยกขึ้นมาอ้างในชั้นฎีกาซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาต โจทก์ฟ้องว่านายไหม ทองพรหม ลูกจ้างจำเลยขัยรถยนต์บรรทุกสิบล้อบรรทุกข้าวสารอันเป็นการกระทำในกิจการของจำเลย ชนรถโดยสารของโจทก์ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้คนขับรถโดยสารของโจทก์และผู้โดยสารในรถตายและบาดเจ็บสาหัสอีกหลายคน รถของโจทก์เสียหายจนไม่อาจซ่อมแซมได้ เหตุเกิดที่ตำบลปรืออำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ขอให้ศาลบังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ๑,๑๖๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะลูกจ้างของโจทก์ขับรถโดยประมาท จำเลยได้ยื่นฟ้องโจทก์และบริษัทขนส่งจำกัดเรียกค่าเสียหายต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาแล้ว คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาความเสียหายของโจทก์ไม่มากดังฟ้อง จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์นำคดีมาฟ้องที่ศาลจังหวัดสุรินทร์โดยมิได้ยื่นคำร้องขอและได้รับอนุญาตจากศาล จึงอยู่นอกเขตอำนาจศาลจังหวัดสุรินทร์ที่จะพิจารณา ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยาน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาล ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ซึ่งมูลคดีเกิดขึ้น โดยไม่ยื่นคำร้องขออนุญาตจากศาลก่อนศาลจังหวัดสุรินทร์ไม่มีอำนาจรับฟ้องไว้พิจารณา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของโจทก์ที่ขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาและมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ให้รับคำฟ้อง หมายเรียกจำเลยแก้คดีนั้นจะฟังได้หรือไม่ว่าได้อนุญาตให้โจทก์ฟ้องจำเลยนอกเขตศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ เห็นว่า คำฟ้องคดีนี้ไม่เกี่ยวด้วยอหังสาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิหรือประโยชน์ใด ๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์เหล่านั้น โจทก์จึงต้องฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔ (๒) ดังนั้นถ้าโจทก์จะฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ที่มูลคดีนี้เกิดขึ้น โจทก์จะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องแสดงให้เห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลจังหวัดสุรินทร์จะเป็นการสะดวกเพื่อให้ศาลจังหวัดสุรินทร์ใช้ดุลพินิจอนุญาตเสียก่อน โจทก์จึงจะฟ้องจำเลยได้ตามที่มาตรา ๔ (๒) บัญญัติบังคับไว้ การที่โจทก์มิได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องและมิได้แสดงให้ศาลจังหวัดสุรินทร์เห็นว่าจะเป็นการสะดวกในการพิจารณา แม้ต่อมาศาลจังหวัดสุรินทร์จะมีคำสั่งดังกล่าวข้างต้นนั้นก็ถือไม่ได้ว่าศาลจังหวัดสุรินทร์อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีนอกเขตศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาตามมาตรา ๔ (๒) ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดสุรินทร์เป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่โจทก์ยกขึ้นมาอ้างในชั้นฎีกาซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1722/2529 นายสมพงษ์ ทองเจริญ โจทก์ นายสมชาย จุลศิริวัฒนกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมพงษ์ ทองเจริญ · จำเลย - นายสมชาย จุลศิริวัฒนกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายชัชลิต ละเอียด · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3240/2533ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1511/2520ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2841/2547ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา