⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 350/2481

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2481

ป.อาญา ม.65, 301 · พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.14, 16

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้ที่จัดหาอาวุธปืนและเครื่องแบบให้ผู้กระทำความผิดเพื่อไปใช้ในการกระทำความผิด ต้องมีความผิดฐานสมรู้ และต้องได้รับโทษ 2 ใน 3 ของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น * ศาลในเขตที่ความผิดหลักได้กระทำลง มีอำนาจพิจารณาคดีผู้สมรู้ด้วย แม้ผู้สมรู้จะให้การช่วยเหลือในเขตศาลอื่นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นผู้จัดหาอาวุธปืนและเครื่องแบบตำรวจให้ผู้ร้ายไปใช้ในการปล้นทรัพย์ต้องมีความผิดฐานสมรู้ กำหนดโทษสำหรับผู้สมรู้กฎหมายบัญญัติว่าให้ลงโทษ 2 ใน 3 จากอาญาที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิด มิได้ให้ถือเอากำหนดโทษแห่งตัวการเป็นเกณฑ์ จำเลยให้ความช่วยเหลือผู้ร้ายในพระนครแล้วผู้ร้ายไปทำการปล้นทรัพย์ในเขตต์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นศาลที่ชำระตัวการปล้นทรัพย์นั้น มีอำนาจชำระจำเลยซึ่งเป็นผู้สมรู้ในการปล้นได้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.65 ประมวลกฎหมายอาญา ม.301 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.14 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.16

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.65 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.301 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้ายขึ้นปล้นรถไฟด่วนสายใต้ จำเลยได้สมรู้ให้ความอุปการะแก่พวกปล้นโดยไปขอยืมปืนพร้อมด้วยกะสุนและเครื่องแบบตำรวจจากผู้อื่นไปมอบให้ผู้ร้ายใช้ในการปล้นรายนี้โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๑-๖๕ ศาลฎีกาตัดสินว่าพฤตติการณ์ของจำเลยเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าจำเลยได้ช่วยให้ผู้ร้ายมีอาวุธติดตัวไปด้วย แม้ผู้ร้ายจะมิได้ใช้ปืนรายนี้ก็ดี ก็เป็นการแน่ว่าอาวุธปืนนั้นเป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่ใช้ในการปล้นเป็นการให้ตระเตรียมเพื่อสดวกแก่การปล้น ที่จำเลยว่าศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีนี้เพราะเรื่องของจำเลยเกิดในกรุงเทพฯ นั้น ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าจำเลยไม่ได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้มาแต่แรกถึงอย่างไรก็ดี ความเกิดขึ้นในเขตต์อำนาจของศาลใดท่านให้ชำระที่ศาลนั้น จึงเห็นว่าเหตุการณ์ปล้นเกิดในท้องที่ของศาลจังหวัดประจวบ จำเลยเป็นผู้สมรู้ย่อมชำระในศาลที่ชำระตัวการนั้นเอง ส่วนการกำหนดโทษนั้นเห็นว่ากฎหมายบัญญัติว่าให้ลงโทษ ๒ ใน ๓ จากอาญาที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิดมิได้ให้ถือเอากำหนดโทษแห่งตัวการเป็นเกณฑ์ จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๓๐๑-๖๕ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2481 อัยยการประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นายมั่น สืบแสง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายมั่น สืบแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อมาตย์ · เทฟโนต์ · มนธา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงวิเทศ+++ · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว.เสนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 775/2467ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 446/2467ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 11/2539ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541ฎีกา 159/2468ฎีกา 170-171/2466ฎีกา 1020-1021/2466
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา