⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 379/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำทรัพย์สินที่เช่าไปใช้เพื่อการอื่นนอกเหนือจากที่ตกลงไว้ในสัญญาเช่า ถือเป็นการผิดสัญญา และผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 นั้น เป็นบทบัญญัติที่ใช้แก่ศาลทั่วไป แต่สำหรับอำนาจของศาลแพ่งนั้นยังมีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นนอกเขตศาลแพ่งด้วยตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา14 (4) คดีที่เกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดนนทบุรี จำเลยทั้งสองก็มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนนทบุรี ศาลแพ่งรับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จ แสดงว่าศาลแพ่งใช้ดุลพินิจยอมรับพิจารณาพิพากษาคดีนี้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 14 (4) แล้ว จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินจากวัดโจทก์เพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาล ไม่มีข้อความระบุให้ใช้ทรัพย์ที่เช่าเพื่อการอย่างอื่น การที่จำเลยนำที่ดินที่เช่าไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงปลูกบ้านอยู่อาศัย จึงเป็นการใช้ทรัพย์เพื่อการอย่างอื่นผิดวัตถุประสงค์ตามสัญญา เป็นการผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิเลิกสัญญาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.552 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าที่ดินธรณีสงฆ์ของโจทก์ ๒ แปลง ตามโฉนดเลขที่ ๘๙๐ และเลขที่ ๘๙๕ เพื่อดำเนินการก่อสร้างเป็นโรงพยาบาล มีกำหนด๒๕ ปี จดทะเบียนการเช่าแล้ว หลังจากนั้นจำเลยที่ ๑ ขออนุญาตให้มีการเช่าช่วงได้ วัดโจทก์ก็อนุญาต ทั้งนี้โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้จำเลยที่ ๑ ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลได้สำเร็จ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาและจดทะเบียนการเช่าช่วงให้แก่จำเลยที่ ๒ จากนั้นจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันแบ่งจัดสรรที่ดินออกเป็นแปลงแล้วให้บุคคลภายนอกเช่าเพื่อปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย ผิดวัตถุประสงค์แห่งการเช่าขอให้พิพากษาให้สัญญาเช่าและสัญญาเช่าช่วงสิ้นสุดลง ให้จำเลยจดทะเบียนเลิกการเช่าและการเช่าช่วง จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีส่วนจำเลยที่ ๑ ได้ฟ้องแย้งด้วย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้สัญญาการเช่าที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ สัญญาเช่าช่วงระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ สิ้นสุดลง ให้จดทะเบียนเลิกการเช่าและการเช่าช่วง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะคดีที่จำเลยทั้งสองถูกฟ้อง ส่วนอุทธรณ์ตามฟ้องแย้งเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่รับ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาว่า (๑) ศาลแพ่งไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ (๒) จำเลยไม่ผิดสัญญา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๔ เป็นบทบัญญัติที่ใช้แก่ศาลทั่วไปแต่สำหรับอำนาจของศาลแพ่งที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาบรรดาคดีที่เกิดขึ้นนอกเขตของศาลแพ่งด้วยนั้น เป็นอำนาจตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๔(๔) หาเกี่ยวกับภูมิลำเนาของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔ ไม่ คดีนี้ปรากฏตามฟ้องว่าคดีเกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดนนทบุรี จำเลยทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนนทบุรี ศาลแพ่งรับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จ แสดงว่าศาลแพ่งใช้ดุลพินิจยอมรับพิจารณาพิพากษาคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๔(๔) ที่จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยทั้งสองใช้ทรัพย์สินที่เช่าไปจัดสรรให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้านอยู่อาศัยซึ่งไม่ได้ระบุห้ามไว้ในสัญญานั้นเป็นการผิดสัญญาหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ทำหนังสือสัญญเช่าและจดทะเบียนการเช่าที่ดินของโจทก์เป็นเวลา ๒๕ ปี เพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาล จำเลยที่ ๒ เป็นผู้เช่าช่วงจากจำเลยที่ ๑ โดยชอบและทราบข้อความในสัญญาเช่าเดิมระหว่างจำเลยที่ ๑ กับโจทก์ดี แล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันนำที่เช่าไปแบ่งจัดสรรให้บุคคลภายนอกเช่าปลูกบ้านอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก จำเลยที่ ๑ ปลูกสร้างอาคารหลังหนึ่งในที่พิพาทจะส่งมอบให้วัดโจทก์ โดยอ้างว่าเป็นโรงพยาบาล วัดโจทก์เห็นว่าไม่ใช่โรงพยาบาลจึงไม่ยอมรับและบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยที่ ๑ บอกเลิกสัญญาเช่าช่วงกับจำเลยที่ ๒ และผู้เช่าช่วงรายอื่น ตามสัญญาจำเลยที่ ๑เช่าที่ดินของวัดโจทก์เพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่มีข้อความระบุว่าให้จำเลยที่ ๑ ใช้ทรัพย์ที่เช่าเพื่อการอย่างอื่น การที่จำเลยที่ ๑ ผู้เช่าและจำเลยที่ ๒ ผู้เช่าช่วงร่วมกันนำที่เช่า ไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงปลูกบ้านอยู่อาศัย จึงเป็นการใช้ทรัพย์เพื่อการอย่างอื่น ผิดวัตถุประสงค์ของการเช่าซึ่งกำหนดไว้ในสัญญา โจทก์มีสิทธิเลิกสัญญาได้ จำเลยทั้งสองจะอ้างว่าสัญญาเช่าเดิมไม่ได้ระบุห้ามนำที่ดินไปจัดสรร จึงนำที่ดินออกจัดสรรให้ผู้อื่นเช่าช่วงปลูกบ้านอยู่อาศัยได้หาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2525 วัดท้ายเมือง โจทก์ นายแพทย์สุจริต ภมรบุตร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดท้ายเมือง · จำเลย - นายแพทย์สุจริต ภมรบุตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริ่ม ธรรมดุษฎี · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสำนอง โชติเชย · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2334/2517ฎีกา 8818/2551ฎีกา 3240/2533ฎีกา 620/2548ฎีกา 2766/2528ฎีกา 1511/2520ฎีกา 8672/2553ฎีกา 583/2548ฎีกา 7255/2539ฎีกา 841/2549ฎีกา 620/2475ฎีกา 2841/2547ฎีกา 2768/2530ฎีกา 1824/2567ฎีกา 1286/2481ฎีกา 6459/2546ฎีกา 4176/2530ฎีกา 3994/2540ฎีกา 729/2492ฎีกา 1783/2527ฎีกา 1307/2503ฎีกา 572/2549ฎีกา 2591/2526ฎีกา 3413/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา