⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1010/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2503

ย่อคำพิพากษา

คดีเกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ. 2499 ส่วนพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503 ยังมิได้ออกใช้บังคับ เมื่อผู้ว่าคดีฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงธนบุรี ศาลแขวง ธนบุรีไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่า คดีมีมูลฐานวิ่งราวทรัพย์ (ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลอาญา) และให้ประทับฟ้องไว้ อัยการได้รับสำนวนจากศาลแขวงธนบุรี และพิจารณาแล้วสั่งไม่ฟ้องฐานวิ่งราว คงสั่งฟ้องฐานลักทรัพย์ (ซึ่งเป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวง) เมื่อพนักงานอัยการฟ้องข้อหาฐานลักทรัพย์ต่อศาลอาญา ศาลอาญาจำต้องรับคดีนี้ไว้พิจารณา (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 15/2503) ความในพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 14 (2) ที่ให้อยู่ในดุลยพินิจของศาลจังหวัดที่จะไม่ยอมรับพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นในศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวงนั้น ใช้ได้แต่ในระบบที่ศาลแขวงมิได้เป็นศาลไต่สวนความผิดอาญาทั่วไปเท่านั้น นอกจากราษฎรฟ้องกันเอง แล้ว ย่อมเป็นหน้าที่ของผู้ว่าคดีตามความในมาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ. 2499 เท่านั้น ที่จะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีในศาลแขวงตามพระราชบัญญัตินี้ได้ อัยการหาอาจเป็นโจทก์ในศาลแขวงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง ฯ พ.ศ. 2499 นี้ได้ไม่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 15/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.14 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.15 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503 ม.8 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.5 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.11 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.12 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.13 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.14 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.15 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.16 พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๐ โดยยื่นฟ้องต่อศาลอาญา และกล่าว มาในฟ้องด้วยว่า คดีนี้ศาลแขวงธนบุรีได้ไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่า คดีมีมูลฐานวิ่งราวทรัพย์ ให้ประทับฟ้องไว้ อัยการได้รับสำนวนจากศาลแขวงและอัยการได้พิจารณาโดยความเห็นชอบจากอธิบดีกรมอัยการ สั่งไม่ฟ้องจำเลย ในข้อหาฐานวิ่งราวทรัพย์และสั่งให้ฟ้องในข้อหาฐานลักทรัพย์ ศาลอาญาสั่งว่า คดีนี้ โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๐ ซึ่งมีกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี และปรับไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาท คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง โจทก์ชอบที่จะยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลแขวง จึงสั่งไม่รับพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ศาลแขวงตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ และวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งได้ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดคดีนี้ คือ ก่อนพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ นั้น มีระบบวิธีการแตกต่างกันอยู่กล่าวโดยย่อก็คือ ศาลแขวงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ นี้ กฎหมายต้องการให้เป็นศาลไต่สวนเบื้องต้นสำหรับคดีอาญาทุกคดี และผู้ที่จะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีในศาลแขวงนั้นนอกจากราษฎรฟ้องกันเองแล้ว ย่อมเป็นหน้าที่ของผู้ว่าคดีตามความในมาตรา ๕ เท่านั้น พนักงานอัยการหาอาจเป็นโจทก์ในศาลแขวงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ นี้ได้ไม่ ระบบการศาลไต่สวนมีอยู่ดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้อัยการไปฟ้องหรือสั่งให้ผู้ว่าคดีกลับไปฟ้องคดีเดียวกันที่ศาลแขวงสั่งว่าคดีมีมูลในฐานวิ่งราวทรัพย์นั้นอีกหรือไม่ อำนาจอัยการมีแต่จะยื่นฟ้องยังศาลที่มีอำนาจอื่นนอกจากศาลแขวง คือศาลอาญาหรือศาลจังหวัด แล้วแต่กรณี พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๑๖ เป็นกรณีให้อำนาจเฉพาะอัยการเป็นพิเศษที่จะฟ้องความผิดอื่นได้เท่านั้น ศาลฎีกาจึงเห็นว่า ความในพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา ๑๔ (๒) ที่ให้อยู่ในดุลยพินิจของศาลจังหวัดที่จะไม่ยอมรับพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นในศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวงนั้น ใช้บังคับได้แต่ในเฉพาะกรณีที่ศาลแขวงกับศาลจังหวัดมีเขตอำนาจควบคู่กันและทับกันอยู่เท่านั้นระบบที่ศาลแขวงมิได้เป็นศาลไต่สวนความผิดอาญาทั่วไป ซึ่งถ้าอยู่ในระบบนั้น โจทก์จะฟ้องคดีอาญาต่อศาลแขวงหรือศาลจังหวัดก็ได้ กฎหมายจึงให้ดุลยพินิจของศาลจังหวัดไว้ เมื่อคดีนี้เกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง ฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ ส่วนพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง ฯ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ ยังมิได้ออกใช้บังคับ ระบบการศาลแขวงเป็นระบบศาลไต่สวนเบื้องต้นอยู่ส่วนหนึ่ง คดีที่ศาลแขวงสั่งมีมูลแล้วจึงไม่มีทางที่จะกลับไปพิจารณาพิพากษาในศาลแขวงนั้นได้อีก ศาลฎีกาจึงเห็นโดยมติที่ประชุมใหญ่ว่า ศาลอาญา จำต้องรับคดีนี้ไว้พิจารณา ศาลฎีกาพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอาญาประทับรับฟ้องคดีนี้ไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2503 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายขาวหรือบุญชู แย้มยี่สุ่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายขาวหรือบุญชู แย้มยี่สุ่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · บริรักษ์จรรยาวัตร · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายไฉน บุญยก · ศาลอุทธรณ์ - นายสวิง ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1962/2506ฎีกา 1245/2567ฎีกา 1996/2518ฎีกา 7243/2553ฎีกา 2016/2500ฎีกา 2302/2523ฎีกา 6916/2542ฎีกา 77/2489ฎีกา 162-163/2506ฎีกา 1646-1649/2515ฎีกา 379/2486ฎีกา 844/2523ฎีกา 980/2533ฎีกา 2015/2547ฎีกา 791/2503ฎีกา 971/2505ฎีกา 2124/2529ฎีกา 3674/2568ฎีกา 299/2507ฎีกา 145/2549ฎีกา 361/2503ฎีกา 4419/2528ฎีกา 2200/2548ฎีกา 303/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา