⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 279/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 279/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลอาญา โดยพิจารณาจากสถานที่เกิดเหตุและที่อยู่ของจำเลย ถือเป็นดุลพินิจที่ชอบแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ศาลล่าง 2 ศาลพิพากษาต้องกันให้คืนฟ้อง ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 เหตุคดีอาญาเกิดที่จังหวัดศรีสะเกษและจำเลยก็อยู่ในห้องที่จังหวัดศรีสะเกษแต่ตัวโจทก์ต้องควบคุมอยู่ที่จังหวัดพระนคร ดังนี้การที่ศาลอาญาใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลอาญา เป็นดุลพินิจที่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.10 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลอาญาว่าเบิกความเท็จ แสดงหลักฐานเท็จปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมโดยกล่าวระบุว่าการกระทำผิดเกิดที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษและศาลอุทธรณ์ ทั้งจำเลยก็มีภูมิลำเนาที่จังหวัดศรีสะเกษและได้ยื่นคำร้องขอนุญาตฟ้องต่อศาลอาญา โดยอ้างว่าโจทก์ถูกควบคุมตัวอย่ในจังหวัดพระนคร เจ้าพนักงานไม่อนุญาตให้ไปฟ้องคดียังศาลจังหวัดศรีสะเกษ ศาลอาญาสั่งว่า เหตุทั้งหมดเกิดในเขตอำนาจศาลจังหวัดศรีสะเกษ แม้จะบรรยายเหตุเกี่ยวเนื่องว่าเกิดที่ศาลอุทธรณ์ด้วย ก็เห็นได้ชัดว่าเหตุที่แรกเกิดนั้นอยู่ในอำนาจศาลจังหวัดศรีสะเกษนั่นเอง จึงให้คืนฟ้องของโจทก์ไป และศาลอาญาสั่งคำร้องว่า ถ้าโจทก์จะฟ้องศาลจังหวัดศรีสะเกษ ก็มีทางทำได้โดยแต่งทนายให้ไปยื่นฟ้อง ไม่จำต้องไปด้วยตนเอง ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และได้กล่าวตอนหนึ่งว่า การพิจารณาพิพากษาคดีในชั้นศาลอุทธรณ์นั้น ก็เพราะผลของกฎหมาย การกระทำที่โจทก์ฟ้องถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดที่ศาลอุทธรณ์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อฎีกาของโจทก์ว่า (๑) ฎีการโจทก์ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ เพราะศาลล่างพิพากษาให้คืนฟ้อง มิใช่ให้ยกฟ้อง (๒) ดุลพินิจของศาลล่างที่ไม่รับฟ้องของโจทก์นั้นชอบแล้ว เพราะการดำเนินคดีนั้นโจทก์อาจตั้งทนายได้โดยเป็นหน้าที่โจทก์จะขวนขวายเอง ทั้งจะพิจารณาเหตุส่วนตัวของโจทก์ฝ่ายเดียวว่าถูกควบคุมอยู่นั้น ไม่ชอบ ต้องพิจารณาถึงจำเลยและพยานด้วย โดยบุคคลเหล่านั้นจะต้องลำบากในการถูกฟ้องและไปเป็นพยานยังที่อื่นซึ่งไม่ใช่ศาลท้องที่และฝ่ายจำเลยย่อมถูกหน่วงเหนี่ยวตัวได้รับความลำบากยิ่งกว่าฝ่ายโจทก์มาก จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 279/2504 นายพรชัย แสงชัจจ์ โจทก์ นายสง่า วัชราภรณ์ ที่ 1 นายจวน ขำศรีบุศ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพรชัย แสงชัจจ์ · 1 - นายสง่า วัชราภรณ์ ที่ · จำเลย - นายจวน ขำศรีบุศ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ · พิสัยสารคุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายไพฑูรย์ พันธุฟัก · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2360/2539ฎีกา 42/2498ฎีกา 700/2506ฎีกา 3805/2528ฎีกา 2875/2547ฎีกา 3863/2525ฎีกา 101/2482ฎีกา 3966/2534ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1533/2530ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 483/2520ฎีกา 452/2532ฎีกา 5103/2528ฎีกา 193/2495ฎีกา 2803/2535ฎีกา 2207/2540ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2816/2531ฎีกา 1286/2481ฎีกา 191/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา