⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6121/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6121/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยโดยที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ เป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นวางโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน และปรับ 40,000 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แก้เป็นจำคุก 6 เดือนไม่รอการลงโทษเป็นการแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยในสถานหนักโดยไม่รอการลงโทษ เท่ากับโจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษเพียงประการเดียว มิได้อุทธรณ์ขอให้กำหนดโทษสูงขึ้นด้วย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กำหนดโทษจำคุกข้อหาความผิดดังกล่าวสูงขึ้น จึงเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยโดยที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้ แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11, 48, 69, 73, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบของกลาง และจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย และข้อหามีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ให้การปฏิเสธในข้อหาทำไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้และแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง, 74 ฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง จำคุก 4 เดือน และปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 20,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบไม้แดงและไม้สะเดาจำนวน 12 ท่อน ข้อหาอื่นและคำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง, 73 วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 73 วรรคสอง (2) ฐานมีไม้แปรรูปรวมปริมาตรไม้เกิน 2 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต) อีกกระทงหนึ่งด้วย จำคุก 1 ปี ส่วนความผิดฐานมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองตามมาตรา 69 วรรคหนึ่ง จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุก 9 เดือน ไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษ ริบไม้แปรรูป 125 แผ่นของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่าศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดฐานมีไม้แปรรูป รวมปริมาตรไม้เกิน 2 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกกระทงหนึ่งชอบหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่ามีการคัดสำเนาประกาศรัฐมนตรีกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ไว้ในท้องที่เกิดเหตุและจำเลยทราบประกาศนั้นแล้ว จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหาดังกล่าวได้ เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดแจ้งแล้วว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกประกาศให้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่จังหวัดทุกจังหวัด โดยมีการคัดสำเนาประกาศไว้ในท้องที่เกิดเหตุและจำเลยได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาความผิดดังกล่าวย่อมฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดดังกล่าวตามฟ้อง และเมื่อข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพนั้น มาตรา 73 วรรคสอง (2) กำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกเพียง 1 ปี ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยโจทก์ไม่จำต้องนำสืบข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบคำรับสารภาพของจำเลย ส่วนที่จำเลยฎีกาประการสุดท้ายขอให้รอการลงโทษในความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาข้อนี้เพราะเห็นว่าต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้รอการลงโทษเป็นไม่รอการลงโทษ เป็นการแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาข้อนี้จึงไม่ชอบ ศาลฎีการับวินิจฉัยและเห็นว่าปริมาณไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปที่จำเลยมีไว้เป็นความผิด รวมปริมาตร 3.64 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งนับเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมาก สร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศชาติ พฤติการณ์แห่งคดีจึงร้ายแรง ทั้งข้อหาความผิดฐานมีไม้แปรรูปฯ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาลงโทษจำเลยโดยไม่รอการลงโทษซึ่งเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษในข้อหาความผิดนี้เช่นกัน ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปฯ นั้น โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยในสถานหนักโดยไม่รอการลงโทษ เท่ากับโจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษเพียงประการเดียว มิได้อุทธรณ์ขอให้กำหนดโทษสูงขึ้นด้วย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กำหนดโทษจำคุกข้อหาความผิดดังกล่าวสูงขึ้น จึงเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยโดยที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปฯ ให้ลงโทษจำเลย จำคุก 4 เดือน ลงโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 2 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้ว รวมจำคุก 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6121/2548 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายจำนงค์ ปานช้าง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายจำนงค์ ปานช้าง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · วิชัย วิวิตเสวี · ธานิศ เกศวพิทักษ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7722/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 218/2555ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 628/2493ฎีกา 1211/2536ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2826/2524ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ