คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าการกระทำใดเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือไม่ และการลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้ว ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 264 วรรคแรก, 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุกคนละ 9 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก, 83 จำคุกคนละ 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก จึงเป็นกรณีตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ซึ่งห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 265, 268
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นายสุวรรณ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 264 วรรคแรก, 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 9 เดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก, 83 จำคุกคนละ 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก
โจทก์ฎีกา
จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 มอบให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการนำหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ร่วม คำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและรายการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนตามเอกสารหมาย ป.จ. 2 ไปยื่นต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมผู้เป็นหุ้นส่วนและหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. สหการโยธา โดยเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนผู้จัดการจากโจทก์ร่วมเป็นจำเลยที่ 1 นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทดังกล่าวได้ดำเนินการจดทะเบียนให้เสร็จสิ้นแล้ว ต่อมาโจทก์ร่วมร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ พนักงานสอบสวนส่งเอกสารหมาย ป.จ. 2 ดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับลายมือชื่อของโจทก์ร่วม ผลการตรวจพิสูจน์ ผู้ชำนาญการตรวจพิสูจน์มีความเห็นว่า ลายมือชื่อตรงที่มีดอกจันสีแดงในเอกสารหมาย ป.จ. 2 กับลายมือชื่อของโจทก์ร่วมไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลเดียวกัน
ที่โจทก์ฎีกาว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดและลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันปลอมเอกสารและเอกสารสิทธิตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 264 วรรคแรก, 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 9 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก, 83 จำคุกคนละ 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก จึงเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย...
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคนละ 6,000 บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2555
พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์
นายสุวรรณ วงศ์จิรรัตน์ โจทก์ร่วม
นายมนต์ชัย ผอูนรัตน์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · โจทก์ร่วม - นายสุวรรณ วงศ์จิรรัตน์ · จำเลย - นายมนต์ชัย ผอูนรัตน์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุติมนต์ โพธิเดช · อร่าม แย้มสอาด · สิงห์พล ละอองมณี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายสมพงษ์ ศตภิษัช · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายจักรกฤช เจริญเลิศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.5292/2550 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา