⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1050/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวอ้างว่าได้ทราบข้อความมาเช่นนั้น โดยมิได้ยืนยันข้อเท็จจริงนั้น ไม่ถือเป็นคำแจ้งความเท็จ

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยแจ้งหรือร้องเรียนเท็จ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่าคำร้องเรียนที่โจทก์กล่าวหาไม่ใช่ความเท็จดังโจทก์ฟ้อง โจทก์ฎีกาว่าข้อความที่จำเลยร้องเรียนเป็นเท็จ ดังนี้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คำร้องเรียนที่มีข้อความว่า "อนึ่ง ได้ทราบจากคำเล่าลือและคำบอกเล่าว่าพระภิกษุ สุวรรณ์จารุโภ มีอาวุธปืนเถื่อนและลูกระเบิดมือไว้ในความครอบครองเมื่อเจ้าหน้าที่จะไปดำเนินการตามหน้าที่ขอได้โปรดระวังอันตรายในสิ่งเหล่านี้ด้วย" คำกล่าวเช่นนี้ มิได้กล่าวยืนยันว่าโจทก์กระทำผิดมีอาวุธปืนเถื่อนหรือลูกระเบิดมือ เพียงแต่กล่าวอ้างว่าได้ทราบมาเช่นนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังอันตราย จึงไม่ใช่คำแจ้งความเท็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความร้องเรียนเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔ ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์และจำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงต่าง ๆ จนเป็นที่พอใจโจทก์แล้ว โจทก์แถลงไม่มีพยานจะสืบในชั้นนี้อีก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คำร้องเรียนของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.๓ ยังไม่ใช่คำแจ้งความเท็จดังโจทก์ฟ้อง คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย โจทก์ฎีกาในประการแรกว่าก่อนศาลจะมีคำสั่งคดีมีมูลหรือไม่ศาลจะต้องทำการไต่สวนพยานเสียก่อน การที่ศาลฟังแถลงแล้วไม่ทำการไต่สวนพยานเป็นการมิชอบด้วยกฎหมายนั้นศาลฎีกาเห็นว่า การไต่สวนมูลฟ้องก็เพื่อให้ศาลได้ทราบข้อเท็จจริงเพื่อวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์มีมูลหรือไม่การที่โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงกันบางประการจนเป็นที่พอใจของโจทก์จนโจทก์ไม่ต้องการสืบพยาน เช่นนี้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายอย่างใด ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยแถลงกล่าวหาว่าโจทก์ตั้งตนเองขึ้นเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ทำการขัดขวางและขัดคำสั่งของจำเลย ไม่ยอมให้พระภิกษุชิตเข้าไปดูแลและตรวจตราทรัพย์สมบัติของวัดโพธิ์ทอง ตามข้อความในเอกสาร จ.๓ เป็นเท็จทั้งสิ้นนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานแจ้งความเท็จนั้นจำเลยต้องรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จแล้วไปแจ้งต่อพนักงาน ถ้าจำเลยเชื่อโดยมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าเป็นความจริงเช่นนั้น การแจ้งนั้นก็หาเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จไม่ และข้อความใดจะเป็นความเท็จหรือความจริงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อความในเอกสาร จ.๓ ประกอบคำแถลงที่คู่ความรับกันมาแล้วว่า ข้อความที่จำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวนตามเอกสาร จ.๓ กล่าวหาโจทก์ว่าโจทก์ตั้งตนเองขึ้นเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ก็ดี ข้อที่หาว่าโจทก์ขัดขวางและขัดคำสั่งของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามหน้าที่ก็ดี ไม่ใช่ความเท็จดังโจทก์ฟ้อง ดังนั้น การที่โจทก์ฎีกาว่าข้อความที่จำเลยร้องเรียนดังกล่าวข้างต้นเป็นความเท็จ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้อนี้ ส่วนที่โจทก์ฎีกามาด้วยว่า การที่จำเลยมีหนังสือแจ้งพนักงานสอบสวนตามเอกสาร จ.๓ ว่า ได้ทราบข่าวเล่าลือและบอกเล่าว่าโจทก์มีอาวุธปืนเถื่อนและระเบิดมือเป็นการแจ้งความเท็จนั้น ศาลฎีกาได้ตรวจดูหนังสือร้องเรียนฉบับนี้ (เอกสาร จ.๓) แล้ว ปรากฏว่าในหนังสือฉบับนี้จำเลยมิได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าได้มีการกระทำผิดเพราะใช้คำว่า "อนึ่ง ได้ทราบจากคำเล่าลือและคำบอกเล่าว่าพระภิกษุสุวรรณ์ จารุโภ มีอาวุธปืนเถื่อนและลูกระเบิดมือไว้ในความครอบครอง เมื่อเจ้าหน้าที่จะไปดำเนินการตามหน้าที่ ขอได้โปรดระวังอันตรายในสิ่งเหล่านี้ด้วย" คำกล่าวเช่นนี้หาได้ยืนยันกล่าวอ้างว่าโจทก์มีอาวุธปืนเถื่อนหรือลูกระเบิดมือไม่ เพราะเพียงแต่อ้างว่าได้ทราบมาเช่นนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังอันตรายต่างหาก จึงไม่ใช่คำแจ้งความเท็จ ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2514 พระภิกษุสุวรรณ์ จารุโภ โจทก์ พระครูอุดมนครกิจ ที่ 1 พระครูโสภิตนครธรรม ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระภิกษุสุวรรณ์ จารุโภ · จำเลย - พระครูอุดมนครกิจ ที่ 1 พระครูโสภิตนครธรรม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายดำรง สายเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ - นายผล พิทักษ์พล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2360/2539ฎีกา 700/2506ฎีกา 595/2519ฎีกา 1742/2503ฎีกา 3805/2528ฎีกา 2875/2547ฎีกา 3863/2525ฎีกา 416/2550ฎีกา 3025/2526ฎีกา 101/2482ฎีกา 1689/2566ฎีกา 313/2526ฎีกา 1533/2530ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 483/2520ฎีกา 452/2532ฎีกา 1076/2551ฎีกา 193/2495ฎีกา 1666/2506ฎีกา 284/2507ฎีกา 1047/2514ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2803/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา