⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3025/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3025/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนโดยมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าบุคคลนั้นเป็นคนร้ายที่กระทำความผิดอาญา ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ 2. การบันทึกข้อความให้ตรงกับความเป็นจริงว่ามีการแจ้งความในวันใด แม้จะลงวันที่ย้อนหลังให้ถูกต้องตรงกับวันที่แจ้งความ ก็ไม่ถือเป็นการทำพยานหลักฐานเท็จ

ย่อคำพิพากษา

ตามพฤติการณ์มีเหตุผลควรให้จำเลยเข้าใจได้ว่าโจทก์เป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์ของจำเลยไป การที่จำเลยแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนโดยเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านได้รับแจ้งจากจำเลยที่ 1 ว่าทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ถูกคนร้ายลักไป แต่ได้ทำบันทึกในวันหลังให้มีข้อความถูกต้องทุกประการและลงวันที่ย้อนหลังให้ถูกต้องตรงกับวันที่ที่มีการแจ้งความนั้น เป็นเพียงการทำบันทึกให้ตรงกับความเป็นจริงว่ามีการแจ้งความในวันใด ไม่เป็นการทำพยานหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 179

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.179

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้แจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์ทั้งสองลักเข็มขัดนาก ๑ เส้นของจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๑ ทราบว่าไม่เป็นความจริงเพื่อให้โจทก์ทั้งสองต้องโทษทางอาญา และจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านทำพยานหลักฐานเท็จ โดยร่วมกันทำบันทึกมีข้อความว่า ได้มีจำเลยที่ ๑ แจ้งความต่อจำเลยที่ ๒ ว่าเข็มขัดนากของจำเลยที่ ๑ ได้หายไปและมีเหตุการณ์ที่ส่อแสดงว่าโจทก์ทั้งสองเป็นคนร้ายลักทรัพย์เพื่อให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่าโจทก์ทั้งสองได้ลักทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ไปและมีการแจ้งความไว้ความจริงจำเลยทั้งสองสมคบกันทำบันทึกขึ้นหลังจากจำเลยที่ ๑ แจ้งความกล่าวหาโจทก์ทั้งสองต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๙ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๒ ลงโทษจำคุก ข้อหาอื่นให้ยกและให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ที่เข็มขัดนากของจำเลยที่ ๑ ถูกลักไปนั้นห้องนอนตรงบริเวณที่จำเลยที่ ๑ เก็บรักษาสิ่งของ พบร่องรอยถูกรื้อค้น ในวันเกิดเหตุผู้ที่อยู่บนบ้านตลอดเวลาตั้งแต่เวลาประมาณ ๖ นาฬิกาจนถึงเวลาเกิดเหตุมีนางผินและโจทก์ทั้งสองส่วนคนอื่นอยู่ที่พื้นดินตรงบริเวณหลังบ้าน นอกจากนี้ก็มีสามีจำเลยที่ ๑ เดินไปเดินมาอยู่บนบ้าน ไม่มีบุคคลภายนอกขึ้นมาบนบ้าน มีเหตุผลควรให้จำเลยที่ ๑ เข้าใจได้ว่าโจทก์ทั้งสองเป็นคนร้ายที่ลักเข็มขัดนากไป การที่จำเลยที่ ๑ แจ้งความโดยเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒ ส่วนฎีกาข้อกฎหมายในเรื่องกระทำหลักฐานเท็จที่ว่า ได้มีการทำบันทึกลงวันที่ย้อนหลังนั้น ข้อเท็จจริงคงฟังยุติว่า ข้อความในบันทึกนั้นถูกต้องทุกประการ เพียงแต่ทำบันทึกในวันหลังและลงวันที่ย้อนหลังให้ถูกต้องตรงกับวันที่ที่มีการแจ้งความนั้น จึงเป็นเพียงการทำบันทึกให้ตรงกับความเป็นจริงว่ามีการแจ้งความในวันใด ไม่เป็นเรื่องการทำพยานหลักฐานเท็จ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3025/2526 นางแดง หรืออ้อรญา ภาคอินทรีย์ กับพวก โจทก์ นางชม้อย สกุณา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแดง หรืออ้อรญา ภาคอินทรีย์ กับพวก · จำเลย - นางชม้อย สกุณา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประกอบ วณิคพันธุ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายพงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 313/2526ฎีกา 1076/2551ฎีกา 284/2507ฎีกา 1047/2514ฎีกา 1499/2531ฎีกา 13537/2553ฎีกา 209/2506ฎีกา 1370/2505ฎีกา 1050/2514ฎีกา 2372/2519ฎีกา 897/2507ฎีกา 2482/2527ฎีกา 586-600/2504ฎีกา 2249/2515ฎีกา 1022/2505ฎีกา 125/2507ฎีกา 4/2537ฎีกา 95/2507ฎีกา 1623/2503ฎีกา 844/2506ฎีกา 2453/2521ฎีกา 2027/2526ฎีกา 5236/2549ฎีกา 3363/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา