⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 586-600/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586-600/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ โดยมีข้อตกลงว่าให้มีการหักบัญชีกันก่อนจึงจะบังคับตามเช็คนั้น ไม่ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจ้างโจทก์ทำการก่อสร้างอาคารและจ่ายเงินให้โจทก์นำไปใช้ในการก่อสร้างโดยให้โจทก์ออกเช็คไว้ให้เป็นประกันก่อสร้างโดยเป็นที่เข้าใจกันว่าจะบังคับใช้ให้มีการจ่ายเงินตามเช็คได้ต่อเมื่อได้ติดบัญชีหักทอนกันก่อน แต่ต่อมาโจทก์จำเลยผิดใจกัน จำเลยนำเช็คเข้าบัญชีธนาคาร ๆ ปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยก็ไปแจ้งความตำรวจหาว่าโจทก์ทำผิดอาญาโดยกู้ยืมเงินไปแล้วออกเช็คไว้ให้ไม่มีเงินพอจ่าย ทั้งนี้โดยไม่ได้คิดบัญชีกันเลย ดังนี้ จำเลยมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ส่วนโจทก์ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/2504

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.118 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.173 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้ง ๑๕ สำนวนนี้ ศาลอาญารวมพิจารณาพิพากษาโดย เดิมนายเกษมเป็นโจทก์ฟ้องนายทองดีเป็นจำเลยหาว่านายทองดีนำความที่รู้ว่าเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่า นายเกษมยืมเงินนายทองดีไปหลายครั้งโดยออกเช็คไว้ให้เป็นการชำระหนี้เงินยืมรวม ๗ ฉบับ ธนาคารคืนเช็คเพราะนายเกษมไม่มีเงินในธนาคาร ซึ่งความจริงเช็ค ๗ ฉบับนี้เกิดจากนายทองดีจ้างเหมานายเกษมทำการก่อสร้างที่พักตากอากาศของนายทองดีๆ จ่ายเงินค่าก่อสร้างให้โดยให้นายเกษมออกเช็คไว้เป็นประกันการก่อสร้าง ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๑๘ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๗๓,๑๗๒,๑๗๕,๒๖๗. ต่อมานายทองดี เป็นโจทก์ฟ้องนายเกษม ๗ สำนวน หาว่าออกเช็คสำนวนละ ๑ ฉบับโดยมีเงินไม่พอจ่าย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ และนับโทษต่อ ต่อมาพนักงานอัยการได้ฟ้องนายเกษมเป็นจำเลย ๗ สำนวน มีข้อหาและคำขอลงโทษอย่างเดียวกับฟ้องของนายทองดีทั้ง ๗ สำนวน ศาลแขวงพระนครใต้ไต่สวนมูลฟ้องคดีที่นายเกษมและนายทองดีต่างเป็นโจทก์แล้วสั่งรับฟ้องและให้นายทองดีนำคดีไปฟ้องศาลอาญาไปฟ้องศาลอาญา และเห็นว่ากรณี ๒ เรื่องนี้ควรรวมพิจารณาที่ศาลอาญาโดยคู่ความต่างยินยอม จึงส่งสำนวนที่+++กลับเป็นโจทก์มาศาลอาญา ศาลอาญาสั่งให้โอนคดีมารวมพิจารณากันได้ ศาลอาญาพิจารณาเสร็จแล้วฟังว่า นายทองดีจ้างเหมาบริษัทนวรัตน์ จำกัด ซึ่งนายเกษมเป็นผู้จัดการทำการก่อสร้าง ไม่พอฟังว่านายทองดีจ้างนาย+++เป็นส่วนตัว ฉะนั้น เช็คที่นายเกษมออกให้จึงไม่ใช่เช็คประกันการก่อสร้าง นายเกษมขึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค รวม ๗ กระทง ให้จำคุก ๑ ปี (ลดแล้ว) และยกฟ้องของนายเกษม นายเกษมอุทธรณ์ทุกสำนวน อัยการอุทธรณ์ขอให้เรียงกระทง และลงโทษให้หนัก นายทองดีอุทธรณ์ว่าไม่ควรลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า เช็ค ๗ ฉบับนี้ นายเกษมออกให้เพื่อประกันการทำงานก่อสร้างให้นายทองดีเป็นส่วนตัว นายทองดีหาได้จ้างบริษัทนวรัตน์จำกัดทำการก่อสร้างไม่ จึงลงโทษนายเกษมไม่ได้ เพราะไมีมีเจตนาชำระหนี้ตามเช็คกันการแจ้งความของนายทองดีจึงเป็นความเท็จและมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๑๘ และมาตรา ๑๕๘ ซึ่งเป็นบทหนัก แต่นายเกษมโจทก์มิได้ขออ้างมาตรา ๑๕๘ คงอ้างแต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๓ ซึ่งมีโทษเบากว่า แม้จะอ้างบทผิด ศาลมีอำนาจลงโทษตามบทที่ถูกต้องได้ แต่ต้องไม่เกินคำขอพิพากษากลับให้จำคุกนายทองดี ๑ ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๓ ซึ่งเป็นบทหนัก ให้ยกฟ้องของนายทองดีและอัยการ นายทองดีและอัยการฎีกา ศาลฎีกาคงฟังว่านายเกษมออกเช็คให้เพื่อประกันงานก่อสร้างให้นายทองดี โดยคู่กรณีเข้าใจกันดีว่าจะบังคับการจ่ายเงินตามเช็คได้ต่อเมื่อมีการคิดบัญชีกันแล้วระหว่างจำนวนเงินในเช็คกับค่าของงานที่ทำเสร็จ ฉะนั้น การที่นายทองดีไปจัดการบังคับให้มีการจ่ายเงินตามเช็คโดยไม่คิดบัญชีหักทอนกันก่อน จึงเป็นการว่ากล่าวเอากับเช็คโดยยังไม่มีอำนาจทำได้ การกระทำของนายเกษมจึงไม่มีความผิดตามฟ้องของนายทองดีและอัยการ ส่วนฟ้องของนายเกษมนั้น เมื่อฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า นายทองดีมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘ นอกนั้นยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586 - 600/2504 พนักงานอัยการฯ นายทองดี อิศรกุล โจทก์ นายเกษม รัตนาวดี จำเลย ร.ต.เกษม รัตนาวดี โจทก์ นายทองดี อิศรกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการฯ นายทองดี อิศรกุล · จำเลย - นายเกษม รัตนาวดี · โจทก์ - ร.ต.เกษม รัตนาวดี · จำเลย - นายทองดี อิศรกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สุทธิวาทนฤพุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสอาด สุจริตพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5414/2536ฎีกา 5822/2531ฎีกา 3025/2526ฎีกา 666/2502ฎีกา 2246/2526ฎีกา 2829/2531ฎีกา 1368/2505ฎีกา 729/2530ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1915/2529ฎีกา 164/2512ฎีกา 284/2507ฎีกา 1047/2514ฎีกา 1499/2531ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 7008/2548ฎีกา 209/2506ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530ฎีกา 1079/2511ฎีกา 1754-1755/2523ฎีกา 1965/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา