คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนจะมีความผิดต่อเมื่อข้อความที่แจ้งนั้นเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานต้องทำการสอบสวน หากข้อความที่แจ้งไม่เป็นเหตุให้เกิดการสอบสวนได้ แม้ข้อความนั้นจะคลาดเคลื่อนจากความจริง ก็ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยแจ้งความต่อเจ้าพนักงานสอบสวนว่า โจทก์ออกเช็คโดยไม่มีเงินในธนาคารนั้น แม้จำเลยจะแจ้งสถานที่ที่โจทก์ออกเช็คและมอบเช็คให้จำเลยผิดไปจากความจริง จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดฐานแจ้งความเท็จ เพราะถ้าเช็คนั้นมีการใช้เงินหรือขึ้นเงินจากธนาคารได้แล้ว การระบุสถานที่ออกเช็คและรับมอบเช็คนั้น แม้จะผิดไปจากความจริง ก็ไม่เป็นเหตุที่จะเกิดความผิดอันจะต้องมีการสอบสวน เหตุที่จะเกิดความผิดอยู่ที่ว่า เช็คนั้นขึ้นเงินไม่ได้ อันพนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการสอบสวน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจนำความซึ่งรู้ว่าเป็นเท็จอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจจักรวรรดิ์ ความว่า โจทก์ได้ออกเช็คธนาคารมณฑลสาขายานนาวาสั่งจ่ายเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทให้แก่จำเลยเป็นการชำระหนี้ ณ ธนาคารศรีนคร จำกัด สาขาราชวงศ์ จำเลยนำเช็คไปขึ้นเงินปรากฎว่าไม่มีเงิน โจทก์ถูกพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจจักวรรดิ์จับกุมและสอบสวนทำให้โจทก์เสียหาย ความจริงเช็คที่โจทก์ออกให้แก่จำเลย ณ ที่โรงกลั่นน้ำมันติ่งเซียงฮวดตรอกจันทร์ อำเภอยานนาวา และออกให้เพื่อเป็นประกันตามข้อตกลงเรื่องโอนโรงกลั่นน้ำมันและสิทธิการเช่าที่โรงงานตั้งอยู่ โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าเจ้าของที่ดินยอมให้โจทก์รับช่วงการเช่าจำเลยจะได้กรรมสิทธิ์ในเงินตามเช็คนั้น เมื่อปรากฎว่าเจ้าของที่ดินไม่ยินยอมให้โจทก์เช่าช่วง โจทก์จึงแจ้งอายัดเช็คดังกล่าวต่อธนาคาร มิใช่เรื่องหนี้สินดังจำเลยแจ้ง ทั้งในวันนั้นโจทก์มีเงินอยู่ในธนาคารกว่าแสนบาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๓,๑๗๒,๑๗๓,๑๗๔
ศาลชั้นต้นสั่งไต่สวนมูลฟ้องของโจทก์แล้วสั่งว่า คดีโจทก์มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาาตรา ๑๓๓,๑๗๒,๑๗๓ ให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการแจ้งความกล่าวหาว่าโจทก์จ่ายเช็คไม่มีเงินหรือไม่มีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินเป็นถ้อยคำที่กล่าวตามความที่แท้จริง และเป็นสิทธิของจำเลยผู้ครอบครองเช็คจะต้องรักษาเพื่อประโยชน์ของจำเลย ส่วนที่ว่าสถานที่ออกเช็คและมอบเช็คให้แก่จำเลยมิใช่ฟ้องที่ตำบลจักรวรรดิ์ อำเภอสัมพันธวงศ์ หากเป็นท้องที่ตำบลยานนาวา อำเภอยานนาวา ถ้าจำเลยแจ้งต่อเจ้าพนักงานสอบสวนว่า ถ้าเช็คที่มีการใช้เงินหรือขึ้นเงินจากธนาคารได้แล้ว สถานที่ออกเช็คและการมอบเช็คให้ผู้รับที่ไหน แม้ผิดสถานที่ก็ไม่เป็นความผิดอันจะต้องสอบสวน ความผิดอยู่ที่เช็คนั้นขึ้นเงินไม่ได้ คดีจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นการอุทธรณ์เถียงข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งว่า อุทธรณ์เรื่องสถานที่ออกเช็คและมอบเช็คมีความสำคัญที่จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์เฉพาะข้อนี้ นอกนั้นไม่รับ
ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อกฎหมายตามที่ศาลอุทธรณ์ได้สั่งรับเท่านั้น นอกนั้นเป็นอันยุติ
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในการที่จำเลยแจ้งความกล่าวหาโจทก์นั้นอยู่ที่ว่าโจทก์ออกเช็คให้จำเลยแล้ว จำเลยไปขึ้นเงินจากธนาคาร ธนาคารไม่จ่ายเงินให้ตามเช็คที่โจทก์สั่งจ่าย ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดการ จำเลยยังได้แจ้งให้เจ้าพนักงานจับตัวโจทก์ในข้อหาว่าจ่ายเช็คไม่มีเงิน จำเลยไม่ได้กล่าวหาว่าโจทก์แจ้งเท็จในสถานที่ออกเช็คแต่ประการใด ทั้งตามฟ้องโจทก์ก็มิได้มุ่งถือสถานที่ออกเช็คเลย ฉะนั้นสถานที่ออกเช็คหาใช่ความประสงค์ของโจทก์ที่ฟ้องและที่จำเลยแจ้งความไม่ และการแจ้งสถานที่ออกเช็คผิดถูกไม่ก่อให้เกิดความผิดว่าด้วยการใช้เช็คตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ด้วยเหตุนี้ แม้จำเลยจะแจ้งไม่ตรงต่อความจริง ก็ไม่เกิดความเสียหายจำเลยไม่มีความผิด พิพากษายืน ยกอุทธรณ์โจทก์
โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าวินิจฉัยไม่ถูกต้องกับประเด็นที่โจทก์ฟ้องเพราะ (ก)จำเลยแจ้งเท็จในเรื่องสถานที่ออกเช็ค และส่งมอบเช็คเป็นความผิดหรือไม่ (ข)จำเลยแจ้งเท็จว่า เช็คออกให้เป็นการชำระหนี้ แต่ความจริงออกให้เป็นประกันโดยจำเลยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ก่อน จึงจะเกิดสิทธิรับเงินนั้นได้ แต่จำเลยยังมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข จึงยังไม่เกิดหนี้ แต่จำเลยกลับนำเช็คไปแจ้งว่าเป็นหนี้ เช่นนี้เป็นความผิดหรือไม่
ศาลชั้นต้นรับฎีกาข้อกฎหมายเฉพาะข้อ ๑ ข้อเดียว นอกนั้นเห็นว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริงสั่งไม่รับ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในเรื่องแจ้งความเท็จถึงการที่จำเลยไปรับเงินจากธนาคารไม่ได้อันเป็นข้อใหญ่ใจความอันสำคัญในการที่จำเลยไปแจ้งความ ซึ่งในปัญหาข้อนี้ก็ฟังยุติแล้วว่าเป็นจริงดังจำเลยได้ไปแจ้งความไว้ต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าธนาคารไม่จ่ายเงินตามเช็คให้แก่จำเลย ฉะนั้น ปัญหาที่โต้เถียงกันมีอยู่ว่าข้อที่โจทก์ว่าสถานที่ออกเช็คและมอบเช็คให้จำเลยมิใช่ท้องที่ตำบลจักรวรรดิ์ อำเภอสัมพันธวงศ์ หากเป็นท้องที่ตำบลยานนาวา อำเภอยานนาวา ถ้าจำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่ามอบกันที่โรงงานติ่งเซียงฮวด ตำบลยานนาวา เจ้าพนักงานก็ไม่มีการสอบสวนจับกุมโจทก์ ซึ่งตามข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าเช็คที่มีการใช้เงินหรือขึ้นเงินจากธนาคารได้แล้ว สถานที่ออกเช็คและมอบเช็คให้ผู้รับกันที่ไหน แม้ผิดสถานที่ก็ไม่เป็นเหตุที่จะเกิดความผิดอันจะต้องสอบสวน เหตุที่จะเกิดความผิดอยู่ที่ว่า เช็คนั้นขึ้นเงินไม่ได้ พนักงานสอบสวนจึงจำต้องดำเนินการสอบสวน ฉะนั้น จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดดังโจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284/2507
นายเชี่ยวติ่ง แซ่โค้ว หรือเสรี สภาสกุลวนิช โจทก์
นายเช็ง แซ่โง้ว ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเชี่ยวติ่ง แซ่โค้ว หรือเสรี สภาสกุลวนิช · ล. - นายเช็ง แซ่โง้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สิทธิ เกตุทัต · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายบำรุง ชมพูบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายธงสิทธิ พวงกนก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา