⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1686/2563

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686/2563

ป.อาญา ม.32, 33, 78 ฯลฯ · พ.ร.บ.ป่าไม้ ม.4, 5, 6 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน แม้จะกระทำในขณะที่ยังไม่ได้ถูกจับกุมหรือแจ้งข้อกล่าวหา แต่หากเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมาย ย่อมเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมพร้อมไม้ประดู่ 12 ท่อน ของกลาง โดยแจ้งว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ซื้อมาจาก ม. ขณะนั้นเจ้าพนักงานยังไม่ได้จับกุมหรือแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 แต่อย่างใด เพียงแต่สอบปากคำในฐานะพยานเท่านั้น การจับกุมผู้ต้องหาในวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 มีเพียงการจับกุมจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ด้วย เพิ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 ในภายหลัง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ตนเองซื้อมาจาก ม. เป็นไม้เสาบ้านเก่าของ ม. ซึ่งไม่เป็นความจริง การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.5 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.6 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.7 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.74

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 5, 6, 7, 69, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 137 ริบของกลาง กับให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 หลบหนี ศาลชั้นต้นออกหมายจับและจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความชั่วคราว จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ริบของกลาง ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ สำหรับความผิดต่อเจ้าพนักงาน โจทก์อุทธรณ์โดยอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 รักษาการในตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค 5 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี 1 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า ในวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานร่วมกันจับกุมจำเลยที่ 1 พร้อมยึดไม้ประดู่อันยังมิได้แปรรูป 12 ท่อน ปริมาตร 9.88 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งบรรทุกอยู่บนรถบรรทุกหกล้อ คันหมายเลขทะเบียน 70-6209 เชียงใหม่ เป็นของกลาง ตามบันทึกการตรวจสอบ/ตรวจยึด-จับกุม โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ขนไม้ดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 2 เข้าพบเจ้าหน้าที่ป่าไม้และแจ้งว่า ไม้ประดู่ของกลาง 12 ท่อน เป็นไม้ที่จำเลยที่ 2 ซื้อมาจาก ม. ซึ่งเป็นไม้เสาบ้านเก่าของ ม. เมื่อ ม. รื้อบ้านเก่าเพื่อสร้างบ้านใหม่ จึงได้ขายเสาไม้ประดู่ของกลางให้แก่จำเลยที่ 2 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยสำหรับข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า การแจ้งดังกล่าวเป็นการแจ้งในฐานะเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยย่อมแจ้งอย่างใดก็ได้ไม่เป็นความผิดนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมพร้อมไม้ประดู่ 12 ท่อน ของกลาง โดยแจ้งว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ซื้อมาจาก ม. ขณะนั้นเจ้าพนักงานยังไม่ได้จับกุมหรือแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการสอบปากคำในฐานะพยานเท่านั้น การจับกุมผู้ต้องหาในวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 มีเพียงการจับกุมจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ด้วย เพิ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 ในภายหลังเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ตนเองซื้อมาจาก ม. เป็นไม้เสาบ้านเก่าของ ม. ซึ่งไม่เป็นความจริง การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686/2563 พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์ นาย ฉ. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง · จำเลย - นาย ฉ. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง · ธงชัย เสนามนตรี · ชูชีพ ปิณฑะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายสมเกียรติ คำเนตร · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายศรชัย วรานิชสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำสว.(อ)206/2562

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 2197/2547ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 531/2510ฎีกา 647/2563ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 284/2507ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา