⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1022/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นพลตำรวจขาดหนีราชการแต่ยังมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิด ได้ประสพเหตุการณ์กระทำผิดอาญากลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่จะจับคนร้าย โดยเข้าขัดขวางพูดจาขู่พยานผู้รู้เห็นมิให้ยืนยันว่ารู้เห็นการกระทำผิด การละเว้นปฏิบัติหน้าที่เช่นนี้ เป็นการละเว้นโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าทรัพย์ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.165 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.188 ประมวลกฎหมายอาญา ม.189

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่จับกุมคนร้ายล้วงกระเป๋าลักปากกาหมึกซึมบนรถประจำทาง กลับยืนยันเท็จต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ เพื่อมิให้คนร้ายถูกจับกุมหรือรับโทษ ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๕๗, ๑๖๕, ๑๗๒, ๑๘๙ ให้ลงโทษตามบทและกระทงที่หนักตามมาตรา ๑๕๗ ให้จำคุกจำเลย ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อเท็จจริง นายประสิทธิ์ล้วงกระเป๋าลักปากกาหมึกซึมของ ร.ต.อ. โสภณ โดยมีนางสาวอุไรยืนยัน แต่จำเลยซึ่งเป็นตำรวจกลับพูดว่า นายประสิทธิ์เก็บปากกาตกได้ตลอดจนบอก ส.ต.อ.เชื้อ เช่นนั้นด้วย ถึงกับเกิดโต้เถียงกับ ร.ต.อ. โสภณ ในทำนองสงสัยว่าจำเลยเป็นพวกคนร้ายจนถูกจับไปในคดีนี้ด้วย จำเลยยืนยนว่าได้เห็นนายประสิทธิ์เก็บปากกาตกแต่เมื่อ ร.ต.อ.โสภณ ถามว่าเห็นเก็บตกตรงไหน จำเลยนิ่งไม่ตอบ แต่กลับไปพูดขู่เข็ญก้าวร้าวต่อนางสาวอุไรให้กลัวจะเกิดอันตรายแก่ตน เพื่อมิให้ยืนยันเอานายประสิทธิ์ต่อไป แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าจำเลยมิได้กระทำไปโดยเพียงแต่เห็นแก่ความยุติธรรมเช่นฐานะพลเมืองดีทั้งหลาย แต่เป็นการกระทำโดยใช้วิธีของผู้ร้ายขู่เข็ญเพื่อปิดปากไม่ให้นางสาวอุไรยืนยันเอาแก่นายประสิทธิ์ผู้กระทำผิด พฤติการณ์ของจำเลยไม่น่าเชื่อว่าได้กระทำเพราะเป็นพลเมืองดี เพื่อไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องถูกจับกุมแต่อย่างใด จำเลยเป็นพลตำรวจประจำอยู่ในกองสืบสวนสอบสวน แม้จะหนีราชการไปก็ยังไม่มีคำสั่งปลดยังไม่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ เมื่อจำเลยประสพเหตุการณ์ที่นายประสิทธิ์กระทำความผิดแล้วลงจากรถโดยสาร และกำลังมีการจับพร้อมด้วยของกลางอยู่ ณ ที่นั้น จำเลยย่อมมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่จะจับนายประสิทธิ์ จำเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยขัดขวางถึงกับพูดขู่พยานผู้รู้เห็นมิให้ยืนยันว่ารู้เห็นการกระทำความผิด การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลย จึงเป็นการละเว้นโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ร.ต.อ.โสภณ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2505 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลตำรวจลิขิต อินทรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลตำรวจลิขิต อินทรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · พจน์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสัญชัย สัจจวานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1274/2513ฎีกา 391/2509ฎีกา 3025/2526ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 74/2464ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 571/2466ฎีกา 4392/2531ฎีกา 4048/2528ฎีกา 1047/2514ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2747/2529ฎีกา 21183/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา