⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 391/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การช่วยเหลือผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในระหว่างการควบคุมให้หลุดพ้นไป เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 191 * ศาลมีอำนาจปรับบทกฎหมายลงโทษจำเลยตามมาตราที่ถูกต้องได้ แม้โจทก์จะอ้างบทมาตราผิดไปก็ตาม และไม่ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ย่อคำพิพากษา

ขณะที่เจ้าพนักงานควบคุมตัวผู้ต้องหามา จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ผู้ต้องหาเป็นลูกบ้านมาพูดรับรองขอเอาตัวผู้ต้องหาไปพูดจากันประเดี๋ยวเดียวแล้วจะส่งคืน อันเป็นการที่จำเลยมีเจตนาจะช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปและจำเลยได้ช่วยให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปทั้งที่เจ้าพนักงานได้ตามไปนั่งคอยรับตัวผู้ต้องหาอยู่ที่หน้าบ้านของจำเลยที่ 2 ดังนี้ ถือว่าจำเลยได้ทำการช่วยเหลือผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในระหว่างการควบคุมให้หลุดพ้นไป กรณีที่โจทก์บรรยายฟ้องชัดเจนพอประกอบเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 191 แล้ว และไม่ต้องด้วยมาตรา 189 โจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา 189 ซึ่งเป็นการอ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลก็มีอำนาจวางบทและวางโทษตามมาตรา 191 อันเป็นบทที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรค 4 ทั้งนี้แม้อัตราโทษตามมาตรา 191 สูงกว่ามาตรา 189 ก็ตาม เพราะบทบัญญัติวรรค 4 เป็นข้อยกเว้นของวรรคแรกจำเลยจะอ้างว่าเป็นการพิพากษาเกินคำขอมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.189 ประมวลกฎหมายอาญา ม.191

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๖ เวลากลางวัน นายพุทธา พรหมเวหา เจ้าพนักงานได้นำตัวนายประเสริฐ นายสมศักดิ์ ผู้ต้องหาว่าลักทรัพย์และฆ่าโคมิได้รับอนุญาต ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๐๖ ไปส่งพนักงานสอบสวนอำเภอเซกา จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ใหญ่บ้าน และจำเลยที่ ๒ ได้รับตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนเพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวและสอบถามในฐานะลูกบ้านของจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสองรับตัวไปแล้วหาส่งคืนไม่ กลับบังอาจสมคบกันช่วยเหลือส่งเสริมให้ผู้ต้องหาหลบหนีไป อันเป็นการช่วยเหลือผู้กระทำผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อมิให้ต้องโทษ เหตุเกิดที่ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๘๙ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดหนองคายฟังข้อเท็จจริงเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองถูกควบคุมมาโดยเป็นผู้ต้องหาว่าทำผิดฐานลักโคและฆ่าโคไม่รับอนุญาตอันมิใช่ความผิดลหุโทษ และจำเลยทั้งสองร่วมกันช่วยผู้ต้องหาทั้งสองคนเพื่อไม่ต้องให้รับโทษจริง จึงพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๘๙ จำคุกคนละ ๘ เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าคดีนี้ผู้ต้องหาได้ถูกจับกุมและใส่กุญแจมือเพื่อนำส่งอำเภอ แม้จะไขกุญแจมือออกและไปบ้านจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยมาพูดขอประกันและรับรองจะส่งคืนก็ดี ก็ต้องถือว่าผู้ต้องหาได้ถูกจับกุมและอยู่ในระหว่างควบคุมของนายพุทธาผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน เมื่อผู้ต้องหาหลบหนีไป จำเลยจึงไม่ผิดมาตรา ๑๘๙ ที่โจทก์อ้างในฟ้อง แต่โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดว่า จำเลยได้ช่วยเหลือนายประเสริฐ นายสมศักดิ์ ผู้ต้องหาหลบหนี ขณะนำส่งพนักงานสอบสวนให้พ้นจากการคุมขังไป อันเป็นความผิดตามมาตรา ๑๙๑ แสดงว่าโจทก์มีความประสงค์ให้ลงโทษตามบทกฎหมายที่กล่าวแล้ว แม้โจทก์มิได้อ้างมาตรา ๑๙๑ มาด้วย ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยได้ พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๙๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาข้อกฎหมายข้อ ๒ ก.ว่า "ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๙๑ นั้น เป็นการพิพากษาคดีเกินคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒" และฎีกาข้อกฎหมาย ข้อ ๒ ข. "ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกเหนือคำพยานหลักฐานในสำนวน" ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาข้อ ๒ ข.ว่า ไม่มีเหตุผลจะฟังว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดจากคำพยานหลักฐานในสำนวน และที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะที่นายพุทธาซึ่งเป็นเจ้าพนักงานควบคุมตัวผู้ต้องหามา จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ผู้ต้องหาเป็นลูกบ้าน มาพูดรับรองขอเอาตัวผู้ต้องหาไปพูดจากันประเดี๋ยวเดียว แล้วจะส่งคืน อันเป็นการที่จำเลยมีเจตนาจะช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปและจำเลยได้ช่วยให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปทั้งที่นายพุทธาได้ตามไปนั่งคอยรับตัวผู้ต้องหาอยู่ที่หน้าบ้านจำเลยที่ ๒ นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยว่า ตามพฤติการณ์ต้องถือว่าผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างการควบคุมของนายพุทธา และจำเลยมีเจตนาจะช่วยเหลือผู้ต้องหาเพื่อมิให้รับโทษมาแต่ต้นแล้ว ได้ทำการช่วยเหลือผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในระหว่างการควบคุมนั้นให้หลุดพ้นไป ที่นายพุทธาไขกุญแจ ถอดโซ่ มอบตัวผู้ต้องหาให้จำเลยก็เพราะจำเลยขอร้อง นายพุทธาจึงผ่อนผันไขกุญแจให้โดยเชื่อว่าจำเลยคงไม่ปล่อยให้ผู้ต้องหาหลบหนี การกระทำของจำเลยจึงเป็นการช่วยผู้ต้องหาให้หลุดพ้นจากการควบคุมหรือคุมขัง อันเป็นการผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๑ มิใช่เป็นการช่วยผู้ต้องหาไม่ใช่ถูกจับกุมตามมาตรา ๑๘๙ สำหรับข้อที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินคำขอนั้น เห็นว่า ตามฟ้องตอนแรกแสดงว่าผู้ต้องหายังอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน เพราะบรรยายว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ใหญ่บ้านที่ผู้ต้องหาเป็นลูกบ้าน และจำเลยที่ ๑ ขอรับตัวผู้ต้องหาไปในฐานะที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งไม่ใช่ลักษณะที่ได้มีการปล่อยตัวผู้ต้องหาไปแล้ว ส่วนตอนหลังบรรยายว่า จำเลยกลับบังอาจสมคบกันช่วยเหลือส่งเสริมให้ผู้ต้องหาหลบหนีไป เป็นการแสดงว่าจำเลยได้ช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาหลบหนีการควบคุมนั้น มิใช่ช่วยไม่ให้ถูกจับกุม จึงเห็นว่าฟ้องชัดเจนพอประกอบเป็นความผิดตามมาตรา ๑๙๑ แล้ว และไม่ต้องด้วยมาตรา ๑๘๙ ส่วนที่บรรยายฟ้องต่อไปว่าการกระทำของจำเลยเป็นการช่วยเหลือผู้กระทำผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อมิให้ต้องรับโทษนั้น ก็ไม่ขัดกับการกระทำผิดตามมาตรา ๑๙๑ ฉะนั้น ที่โจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๘๙ จึงเป็นการอ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจวางบทและวางโทษตามมาตรา ๑๙๑ อันเป็นบทที่ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ วรรค ๔ ทั้งนี้ แม้อัตราโทษตามมาตรา ๑๙๑ สูงกว่ามาตรา ๑๘๙ ก็ตาม เพราะบทบัญญัติวรรค ๔ เป็นข้อยกเว้นของวรรคแรก จำเลยจะอ้างว่าเป็นการพิพากษาเกินคำขอในฟ้องไม่ได้ คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒๗/๒๔๘๒ และที่ ๙๗/๒๔๘๔ รูปคดีไม่ตรงกับคดีนี้ จะนำมาปรับแก่คดีนี้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นการอ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2509 อัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายทองอินทร์หรือหยวก เสาใบที่ 1 นายชม อินทร์พานิช ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดหนองคาย · จำเลย - นายทองอินทร์หรือหยวก เสาใบที่ 1 นายชม อินทร์พานิช ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายสม อินทร์พยุง · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิงหะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา