⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2907/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2907/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แก้ไขข้อความในเอกสารให้ผิดไปจากความเป็นจริง แม้จะทำโดยเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสารนั้น ก็ไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 แต่เป็นความผิดฐานทำเอกสารอันเป็นเท็จตามมาตรา 162 หากฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 162 ก็ลงโทษไม่ได้. การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อจะให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หากไม่มีเจตนาเช่นนั้น ก็ไม่มีความผิดตามมาตราดังกล่าว.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นปลัดเทศบาลและเป็นเลขานุการสภาเทศบาล จำเลยไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ประธานสภาเทศบาลจึงแต่งตั้งให้ ส.รองปลัดเทศบาลทำหน้าที่เลขานุการสภาเทศบาลแทนจำเลย จำเลยได้ใช้ให้แก้ไขรายงานการประชุมที่ ส. ทำขึ้น โดยจำเลยไม่มีอำนาจแก้ไขได้โดยพลการ เพื่อจะให้ผู้เกี่ยวข้องหลงเชื่อว่าสภาเทศบาลมีมติตามที่จำเลยได้แก้ไข โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ประกอบด้วยมาตรา 84 จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสารดังกล่าว จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา 161 อีกบทหนึ่ง เมื่อจำเลยนำเอกสารปลอมนั้นไปอ้างในการขออนุมัติต่อผู้ว่าราชการจังหวัด จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 อีกกระทงหนึ่ง จำเลยในฐานะเลขานุการสภาเทศบาลเป็นผู้มีหน้าที่ทำรายงานการประชุมของสภาเทศบาล จำเลยทำรายงานการประชุมขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของตนและลงลายมือชื่อตัวเองเป็นผู้ทำ มิได้ทำในนามของบุคคลอื่น เอกสารนั้นจึงเป็นเอกสารที่แท้จริงที่จำเลยทำขึ้น แม้ข้อความในเอกสารจะไม่เป็นความจริง ก็ไม่ทำให้เป็นเอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 แต่เป็นการทำเอกสารอันเป็นความเท็จตามมาตรา 162 เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษตามมาตรา 162 จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 คำว่า "เพื่อ" ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ถือว่าเป็นเจตนาพิเศษ การที่จำเลยแก้ไขมติของสภาเทศบาลในรายงานการประชุมโดยไม่มีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาล หากเป็นการกระทำไปเพราะความเข้าใจผิดพลาดเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงมหาดไทย จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 157

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นปลัดเทศบาลและเลขานุการสภาเทศบาล จึงเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำเลยได้ใช้ให้นายพะเยาว์ซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้แก้ไขบันทึกรายงานการประชุมสภาเทศบาลสมัยวิสามัญครั้งที่ ๑/๒ ประจำปี ๒๕๒๑ อันเป็นเอกสารราชการ ซึ่งนายสุวินัยผู้ทำหน้าที่เลขานุการสภาเทศบาลแทนจำเลยเป็นผู้ทำขึ้น อันเป็นการปลอมเอกสาร โดยอาศัยโอกาสที่จำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสาร แล้วจำเลยใช้และอ้างเอกสารราชการที่ปลอมขึ้นดังกล่าว โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน ต่อมาจำเลยได้ทำปลอมสำเนาบันทึกรายงานการประชุมสภาเทศบาลสมัยสามัญสมัยที่ ๒ ประจำปี ๒๕๒๑ ครั้งที่ ๑ ซึ่งเป็นเอกสารราชการขึ้นทั้งฉบับโดยอาศัยโอกาสที่จำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสาร แล้วจำเลยใช้เอกสารปลอมดังกล่าวโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน การกระทำของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและมีหน้าที่ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๖๑, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๘๔ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๖๑, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๘๔ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ ซึ่งเป็นบทหนัก โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นปลัดเทศบาลตำบลบางคล้า และเป็นเลขานุการสภาเทศบาลโดยตำแหน่ง ในการประชุมสภาเทศบาลตำบลบางคล้าสมัยวิสามัญ ครั้งที่ ๑/๒ ประจำปี ๒๕๒๑ จำเลยไม่อยู่ ประธานสภาเทศบาลจึงแต่งตั้งให้นายสุวินัยรองปลัดเทศบาลทำหน้าที่เลขานุการสภาแทนจำเลย เมื่อจำเลยกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ให้นายพะเยาว์แก้ไขขีดฆ่าและตกเติมรายงานการประชุมสภาเทศบาลดังกล่าว และจำเลยลงชื่อย่อกำกับการแก้ไขในเอกสาร ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยได้ใช้ให้นายพะเยาว์แก้ไขมติของสภาเทศบาลตำบลบางคล้าในรายงานการประชุมที่นายสุวินัยเป็นผู้ทำขึ้นโดยจำเลยไม่มีอำนาจแก้ไขได้โดยพลการ และการแก้ไขดังกล่าวก็เพื่อที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหลงเชื่อว่าสภาเทศบาลตำบลบางคล้ามีมติให้จ่ายขาดเงินสะสมเพื่อซื้อรถยนต์บรรทุกจริง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของมติที่ประชุมและขัดกับมติที่แท้จริงของสภาเทศบาลตำบลบางคล้า จึงน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ ประกอบด้วยมาตรา ๘๔ จำเลยกระทำผิดในขณะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลรักษาเอกสารดังกล่าว จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ อีกบทหนึ่ง เมื่อจำเลยนำเอกสารปลอมนั้นไปอ้างในการขออนุมัติต่อผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ อีกกระทงหนึ่ง ส่วนที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลอมรายงานการประชุมสภาเทศบาลตำบลบางคล้าสมัยสามัญ สมัยที่ ๒ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๒๑ นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในการประชุมสภาเทศบาลตำบลบางคล้าดังกล่าว ไม่มีระเบียบวาระเรื่องการเปลี่ยนแปลงมติเกี่ยวกับการจัดซื้อรถยนต์บรรทุก แต่จำเลยได้ทำรายงานการประชุมขึ้นทั้งฉบับพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยในฐานะเลขานุการสภาเทศบาลตำบลบางคล้าโดยตำแหน่งเป็นผู้มีหน้าที่ทำรายงานการประชุมของสภาเทศบาลตำบลบางคล้า จำเลยได้ทำรายงานการประชุมขึ้นตามอำนาจหน้าที่ของตนและลงลายมือชื่อตัวเองเป็นผู้ทำ จำเลยมิได้ทำในนามของบุคคลอื่นเอกสารรายงานการประชุมจึงเป็นเอกสารที่แท้จริงที่จำเลยทำขึ้น แม้ข้อความในเอกสารดังกล่าวจะไม่เป็นความจริง เพราะในที่ประชุมไม่มีระเบียบวาระดังกล่าว ก็ไม่ทำให้เป็นเอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ แต่เป็นการทำเอกสารอันเป็นความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยตามบทบัญญัติดังกล่าวถือได้ว่า โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ ปัญหาว่าการปลอมเอกสารดังกล่าว จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามความในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๑๕๗ ใช้คำว่า "เพื่อ" ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งในที่นี้คือเทศบาลตำบลบางคล้า จึงต้องถือว่าเป็นเจตนาพิเศษ แต่การแก้ไขดังกล่าวจำเลยไม่มีเจตนาเพื่อจะให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาลตำบลบางคล้าแต่ประการใด หากเป็นการกระทำไปเพราะความเข้าใจผิดพลาดเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการกระทำโดยทุจริตแต่อย่างใด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑, ๒๖๕, ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๔ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๖๑ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่ให้รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2907/2526 พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นายสุธน พรรณธรรม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · จำเลย - นายสุธน พรรณธรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายธวัชชัย พิทักษ์พล · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลื้อง วัฑฒนาธร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 3911/2568ฎีกา 605/2511ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา