คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยนำความเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน โดยระบุวันเวลาและลักษณะการกระทำความผิดไว้ชัดเจน ถือว่าเพียงพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ แม้ไม่ได้ระบุชื่อพนักงานสอบสวนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2516 เวลากลางวัน จำเลยได้นำเอาความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนเจดีย์ว่า โจทก์เมาสุราอาละวาดและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานเป็นการบรรยายฟ้องที่ได้ระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่ จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้จะไม่ได้ระบุชื่อพนักงานสอบสวนว่าเป็นคนใด จำเลยเป็นผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนเจดีย์ ย่อมทราบดีว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา พนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับแจ้งความของตนไว้ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับกองสถานตำรวจภูธรอำเภอดอนเจดีย์เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๑๖ เวลากลางวัน จำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นำเอาความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนเจดีย์ว่า โจทก์เมาสุราอาละวาดและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ทำให้โจทก์เสียหายตกเป็นผู้ต้องหา ความจริงจำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์ โจทก์ไปแจ้งความจำเลยกลัวความผิดแกล้งหาอุบายใส่ร้ายโจทก์ แจ้งความเท็จดังกล่าว เหตุเกิดที่ตำบล ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗,๑๗๒
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว วินิจฉัยว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนเจดีย์มีถึง ๔ คน ฟ้องโจทก์ไม่ระบุว่าจำเลยนำเอาความเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนคนไหน เป็นฟ้องเคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๑๖ เวลากลางวัน จำเลยได้นำเอาความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนเจดีย์ว่า โจทก์เมาสุราอาละวาดและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เป็นฟ้องที่ได้ระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) แล้ว แม้ฟ้องของโจทก์จะไม่ได้ระบุชื่อพนักงาสอบสวนว่าเป็นคนใด แต่โจทก์ก็ได้ระบุไว้แล้วว่า พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนเจดีย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเลยมีตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอดอนเจดีย์ จำเลยย่อมทราบดีว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา พนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับแจ้งความของตนไว้ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462/2519
นายสำเริง สมงาม โจทก์
ร้อยตำรวจเอกประวัติ ชัยอินทร์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสำเริง สมงาม · ล. - ร้อยตำรวจเอกประวัติ ชัยอินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสุคนธ์ อ่อนจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา