⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1666/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1666/2506

ป.วิ.อาญา ม.162, 171, 179 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งเลื่อนการพิจารณาคดีไว้ก่อนจนกว่าคดีในศาลอื่นจะถึงที่สุด เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ต้องห้ามอุทธรณ์.

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้เลื่อนการพิจารณาการไต่สวนมูลฟ้องไว้ก่อนจนกว่าอีกศาลหนึ่งจะได้ชี้ขาดในคดีที่โจทก์ถูกฟ้องถึงที่สุดนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวนต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 18/2506)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.171 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.196

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.162 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.171 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.179 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานปฏิบัติหรือละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ หน่วงเหนี่ยว กักขัง แกล้งฟ้องเท็จ ศาลชั้นต้นสั่งให้เลื่อนการพิจารณาโดยรอการไต่สวนมูลฟ้องไว้ก่อนจนกว่าศาลทหารกรุงเทพ ฯ จะได้ชี้ขาดในคดีที่โจทก์ถูกฟ้องเสียก่อน จึงจะยกคดีนี้ขึ้นไต่สวนมูลฟ้องต่อไป โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งในระหว่างพิจารณาซึ่งไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวนนั้น มาตรา ๑๙๖ ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา เหตุที่กฎหมายบัญญัติห้ามไว้เช่นนี้ ก็เพื่อจะให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลลุล่วงไปโดยรวดเร็ว หากไม่ห้ามไว้ดังกล่าว เมื่อศาลมีคำสั่งในการดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ คู่ความก็จะใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ทุกคำสั่ง การดำเนินคดีก็จะต้องชงักชักช้า โดยต้องพิจารณาอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งนั้น ๆ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๑ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาใช้บังคับแก่การไต่สวนมูลฟ้องโดยอนุโลม เรื่องนี้ ศาลสั่งให้เลื่อนการพิจารณาการไต่สวนมูลฟ้องก็โดยอาศัยบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาตามมาตรา ๑๗๙ วรรค ๒ ฉะนั้น คำสั่งของศาลในคดีนี้จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์ต้องห้าม การที่ศาลอุทธรณ์รับพิจารณาและพิพากษาตามข้ออุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่ชอบ จึงพิพากษาให้ยกอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และฎีกาของโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1666/2506 นายเทศ โชติ+ ที่ 1 นายทองใบ ทองเปาด์ที่ 2 โจทก์ พลตำรวจตรีพจน์ เภกะนันท์ กับพวกรวม 9 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเทศ โชติ+ ที่ 1 นายทองใบ ทองเปาด์ที่ 2 · จำเลย - พลตำรวจตรีพจน์ เภกะนันท์ กับพวกรวม 9 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสุธรรม วรรณแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2105/2531ฎีกา 498/2538ฎีกา 888/2490ฎีกา 3416/2540ฎีกา 313/2526ฎีกา 1875/2547ฎีกา 280/2505ฎีกา 2891/2540ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 3388/2526ฎีกา 1688/2561ฎีกา 1376/2520ฎีกา 3539/2547ฎีกา 1618/2499ฎีกา 4095/2554ฎีกา 2077/2530ฎีกา 5721/2544ฎีกา 21554/2556ฎีกา 1050/2514ฎีกา 1234/2523ฎีกา 7566/2549ฎีกา 855/2481ฎีกา 7010/2548ฎีกา 3762/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา