⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1376/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น หากจำเลยประสงค์จะโต้แย้งว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น มิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยจะต้องยกข้อโต้แย้งนี้ขึ้นว่ากล่าวมาแต่ชั้นศาลอุทธรณ์ มิฉะนั้นศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัย.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคดีของโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 181 และ 166 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยโดยวินิจฉัยว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเช่นนี้ ฎีกาของจำเลยที่ว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น มิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณานั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย กรณีที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ให้โอกาสจำเลยนำพยานเข้าสืบคัดค้านคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของโจทก์ จำเลยจะต้องยกปัญหาข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวเสียภายในเวลาไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันที่จำเลยได้ทราบคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคสอง ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนสืบพยานโจทก์ 1 ปากเสร็จแล้ว สั่งว่าคดีเสร็จการไต่สวน ให้นัดฟังคำสั่ง และศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2516 จึงต้องถือว่าจำเลยได้ทราบการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นแล้ว แต่จำเลยมายื่นอุทธรณ์คำสั่งเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2516 จึงล่วงเลยเวลาที่จำเลยอาจจะยกขึ้นว่ากล่าวได้เสียแล้วศาลต้องยกคำร้องขอให้รับอุทธรณ์ของจำเลยนั้นเสีย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.196 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีเดิมโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีโจทก์มีมูลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกคดีอาญาแล้วได้ไปศาล และให้การแก้ข้อหาว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นความจริง และจำเลยขอให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ตลอดข้อหา ครั้นถึงวันที่ศาลชั้นต้นกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ คือวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๑๖ เวลา ๙ นาฬิกา โจทก์ทราบนัดแล้วโจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาล จำเลยมาศาลชั้นต้นอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๑ และ ๑๖๖ มีคำสั่งให้ยกฟ้องของโจทก์เสีย ในวันนั้นเองหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ยกฟ้องแล้ว ทนายโจทก์มาได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนวันนัดพิจารณาอ้างว่าติดธุระเดินทางไปต่างจังหวัดกลับมาไม่ทันกำหนดนัด ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้อง ในวันเดียวกันนี้ทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งว่า เนื่องจากโจทก์จดเวลานัดสืบพยานโจทก์ของศาลผิด จากเวลา ๙ นาฬิกาเป็นเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา โจทก์มิได้มีเจตนาจะละทิ้งคดี ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นัดไต่สวน จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องของโจทก์ว่าไม่มีเหตุผลสมควร ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของโจทก์แล้ว มีคำสั่งให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่โดยได้อ่านคำสั่งให้โจทก์ฝ่ายเดียวเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๑๖ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๑๖ จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นขอให้ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งศาลชั้นต้น โดยขอให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของโจทก์เสีย หรือมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนพยานของจำเลยผู้ร้องคัดค้านให้เสร็จเสียก่อน แล้วจึงมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยว่าเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยอุทธรณ์ทันทีไม่ได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกาว่า อุทธรณ์ของจำเลยไม่ใช่อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา แต่เป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นสั่งวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น และอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อที่ศาลชั้นต้นก้าวล่วงข้ามไปมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาในศาลชั้นต้นให้ครบถ้วน ไม่ให้โอกาสจำเลยนำพยานเข้าสืบคัดค้าน ซึ่งต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฎีกาในปัญหาข้อแรกของจำเลยที่ว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณานั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยในปัญหาข้อนี้ให้ สำหรับประเด็นปัญหาข้อที่สอง เรื่องศาลชั้นต้นไม่ได้ให้โอกาสจำเลยนำพยานเข้าสืบคัดค้านคำร้องของโจทก์นั้น เห็นว่าแม้จะฟังว่ากรณีนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องคำขอที่อาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว โดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๑ (๒) ซึ่งศาลจะต้องให้โอกาสคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านเสียก่อนทำคำสั่งก็ตาม แต่กรณีก็ย่อมจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคสองด้วยเช่นเดียวกัน กล่าวคือ จำเลยจะต้องยกปัญหาข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวเสียภายในเวลาไม่ช้ากว่า ๘ วัน นับแต่วันที่จำเลยได้ทราบคำสั่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนสืบพยานโจทก์ ๑ ปากเสร็จแล้ว สั่งว่าคดีเสร็จการไต่สวน ให้นัดฟังคำสั่ง ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๑๖ และศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๑๖ จึงต้องถือว่าจำเลยได้ทราบการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นแล้ว แต่จำเลยมายื่นอุทธรณ์คำสั่งเอาเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๑๖ จึงล่วงเลยเวลาที่จำเลยอาจจะยกขึ้นว่ากล่าวได้เสียแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยในผลของคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องขอให้รับอุทธรณ์ของจำเลยเสีย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2520 นายฮวงโหมง แซ่เตียว โจทก์ นายเอ่ยเท้ง แซ่ตั้ง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฮวงโหมง แซ่เตียว · ล. - นายเอ่ยเท้ง แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ จามรมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สก · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2546ฎีกา 3118/2559ฎีกา 484/2488ฎีกา 446/2539ฎีกา 1276/2481ฎีกา 222/2557ฎีกา 4259/2541ฎีกา 2067/2514ฎีกา 931/2536ฎีกา 714/2540ฎีกา 2277/2533ฎีกา 3611/2528ฎีกา 1888/2541ฎีกา 199-200/2494ฎีกา 3257/2537ฎีกา 994/2543ฎีกา 2251/2552ฎีกา 7207/2567ฎีกา 2669/2532ฎีกา 209/2545ฎีกา 4819/2549ฎีกา 1499/2523ฎีกา 5622/2548ฎีกา 583/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา