มาตรานี้กำหนดว่าใครมีอำนาจตัดสินใจว่าพนักงานสอบสวนคนใดควรรับผิดชอบคดี ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าพนักงานสอบสวนคนไหนควรทำคดีนั้น หากเป็นคดีที่เกิดในจังหวัดเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ชี้ขาด แต่ถ้าเป็นคดีในกรุงเทพฯ ผู้บังคับบัญชาระดับรองอธิบดีกรมตำรวจขึ้นไปจะเป็นผู้ชี้ขาด หากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับหลายจังหวัด อธิบดีกรมอัยการหรือผู้ทำการแทนจะเป็นผู้ชี้ขาด การรอคำชี้ขาดนี้ไม่ทำให้การสอบสวนหยุดลง
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 21 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณพบ 5 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2479–2542) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 1376/2520 🤖 ย่อโดย AIคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น หากจำเลยประสงค์จะโต้แย้งว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น มิใช่คำสั่งระหว่างพิจ…ฎีกาที่ 1259/2542 🤖 ย่อโดย AIเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดและสืบสวนคดีอาญาได้ทั่วราชอาณาจักร และมีอำนาจจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ในที่รโหฐานก็ตาม หากการจับกุมนั้น…ฎีกาที่ 1055/2484 🤖 ย่อโดย AIการเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หากเงื่อนไขไม่ครบถ้วน การเพิ่มโทษนั้นถือเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลสามารถยกขึ้นวินิจฉัย…ฎีกาที่ 1212-1213/2479 🤖 ย่อโดย AIศาลจะลงโทษจำเลยต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้มิได้ และจำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยลดลงกว่าโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ไม่ได้…ฎีกาที่ 210/2536 🤖 ย่อโดย AIการที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรม แม้ไม่ได้อ้างบทลงโทษ ก็ถือว่ามีเจตนาให้ลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงที่ให้การรับสารภาพแล้ว…ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีอำนาจชี้ขาดว่าพนักงานสอบสวนคนใดควรเป็นผู้รับผิดชอบคดีนั้น
ผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนที่มีตำแหน่งตั้งแต่รองอธิบดีกรมตำรวจขึ้นไปจะเป็นผู้ชี้ขาด
อธิบดีกรมอัยการหรือผู้ทำการแทนจะเป็นผู้ชี้ขาดในกรณีนี้
การรอคำชี้ขาดนั้นไม่เป็นเหตุให้งดการสอบสวน คดีจะยังคงดำเนินต่อไปได้
↑ ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26