คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรม แม้ไม่ได้อ้างบทลงโทษ ก็ถือว่ามีเจตนาให้ลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงที่ให้การรับสารภาพแล้ว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ในตอนต้นแล้วว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดหลายกรรม แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างมาตราอันเป็นบทลงโทษไว้ด้วยก็เห็นเจตนาได้ว่าข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพแล้วนั้นเป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและลงโทษจำเลยไม่เกิน5 ปี จำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 21
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - บริษัทอาคารมักะสัน จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนพ กีรติยุติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · มงคล สระฏัน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายมงคล ทับเที่ยง · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยโรช กฤษณะโลม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา