คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21554/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอาจใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยเพียงสถานเดียว โดยไม่ลงโทษปรับด้วยก็ได้ หากกฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับ
ย่อคำพิพากษา
ป.อ. มาตรา 20 เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจในกรณีบรรดาความผิดที่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษจำคุกและปรับ ถ้าศาลเห็นสมควรก็อาจใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยเพียงสถานเดียวโดยไม่ลงโทษปรับด้วยก็ได้ มิใช่บทบัญญัติที่กฎหมายบัญญัติเป็นบทความผิดหรือบทกำหนดโทษ แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้ปรับบทดังกล่าวแล้วลงโทษจำคุกจำเลยเพียงสถานเดียว ก็ไม่เป็นเหตุให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 186 (7)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 282 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9, พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 52 ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคแรก วรรคสอง พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4 (ที่ถูก ไม่ต้องระบุมาตรา 4), 9 วรรคหนึ่ง วรรคสอง พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (ที่ถูก มาตรา 6 (1)), 52 วรรคหนึ่ง วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานเป็นธุระจัดหาหญิงเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นและเพื่อการอนาจาร ฐานเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และฐานค้ามนุษย์ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานค้ามนุษย์ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี และความผิดฐานเป็นธุระจัดหาหญิงซึ่งอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นและเพื่อการอนาจาร ฐานเป็นธุระจัดหาเพื่อให้บุคคลซึ่งอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม กับฐานค้ามนุษย์ซึ่งกระทำการแก่บุคคลซึ่งอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่ถึงสิบแปดปี เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นธุระจัดหาเพื่อให้บุคคลซึ่งอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 9 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้ปรับบทประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20 ที่ให้ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจที่เลือกลงโทษจำคุกจำเลยเพียงสถานเดียวได้ คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (7) ที่บัญญัติว่า คำพิพากษาต้องมีบทมาตราที่ยกขึ้นปรับ ซึ่งหมายความรวมถึงบทมาตราที่ยกเว้นโทษหรือบทมาตราที่เป็นคุณแก่จำเลยในการลงโทษด้วย เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 20 เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจในกรณีบรรดาความผิดที่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษจำคุกและปรับ ถ้าศาลเห็นสมควรก็อาจใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยเพียงสถานเดียว โดยไม่ลงโทษปรับด้วยก็ได้ มิใช่บทบัญญัติที่กฎหมายบัญญัติเป็นบทความผิดหรือบทกำหนดโทษ แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้ปรับบทดังกล่าวแล้วลงโทษจำคุกจำเลยเพียงสถานเดียว ก็ไม่เป็นเหตุให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (7) ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21554/2556
พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์
นายชนัญญาหรือออย เกตุคง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายชนัญญาหรือออย เกตุคง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อดิเทพ ถิระวัฒน์ · เกษม เกษมปัญญา · ไมตรี สุเทพากุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางสาวฉายลักษณ์ ผิรังคะเปาระ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวสันต์ ตรีสุวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.4159/2556 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา