⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1439/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1439/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาคดีอาญาต้องมีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางหรือในเรื่องฟ้องทางแพ่ง และปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์จะมิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) ประกอบมาตรา 44 บัญญัติให้คำพิพากษาคดีอาญาต้องมีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางหรือในเรื่องฟ้องทางแพ่ง อันเป็นบทบังคับให้ศาลต้องมีคำวินิจฉัยในส่วนดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยใช้เงิน 1,039,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งหมดโดยไม่ได้ให้เหตุผล จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์จะมิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ เมื่อจำเลยเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดจำเลยก็ต้องร่วมกันกับผู้อื่นที่เป็นตัวการคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.44 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 83, 91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30, 82, 91 ตรี และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,039,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ประกอบมาตรา 86 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงิน 1,039,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหายทั้งหมด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ที่พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 1,039,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหายชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยเป็นเพียงผู้สนับสนุน มิได้เป็นตัวการร่วมกระทำความผิด ทั้งโจทก์ก็มิได้อุทธรณ์ขอให้จำเลยใช้เงิน 1,039,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (9) ประกอบ มาตรา 44 บัญญัติให้คำพิพากษาคดีอาญาต้องมีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางหรือในเรื่องฟ้องทางแพ่ง อันเป็นบทบังคับให้ศาลต้องมีคำวินิจฉัยในส่วนดังกล่าวการที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยใช้เงิน 1,039,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งหมดโดยไม่ได้ให้เหตุผล จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้โจทก์จะมิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ เมื่อจำเลยเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดจำเลยก็ต้องร่วมกันกับผู้อื่นที่เป็นตัวการคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1439/2551 พนักงานอัยการจังหวัดตาก โจทก์ นางแก้ว พรหมพรัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตาก · จำเลย - นางแก้ว พรหมพรัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล พิชยวัฒน์ · ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว · พิสิฐ ฐิติภัค
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6229/2539ฎีกา 888/2490ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1504/2547ฎีกา 2053/2528ฎีกา 138/2532ฎีกา 7651/2552ฎีกา 1672/2569ฎีกา 2147/2521ฎีกา 4943/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 2920/2554ฎีกา 4046/2536ฎีกา 2437/2515ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 664/2520ฎีกา 1875/2547ฎีกา 7627/2541ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ