⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6505/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6505/2555

พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43, 70, 148 ฯลฯ · ป.อาญา ม.300

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้องในสาระสำคัญ ศาลต้องยกฟ้องตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องในข้อสาระสำคัญของการกระทำความผิดว่าจำเลยกระทำโดยประมาทด้วยการขับรถด้วยความเร็วสูงเกินสมควรและไม่ชะลอความเร็วเมื่อถึงสี่แยก แต่ทางพิจารณากลับได้ความว่าจำเลยจอดรถอยู่ที่สี่แยกและเพิ่งขับรถเคลื่อนที่เมื่อได้รับสัญญาณจราจรไฟสีเขียวแล้วชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมที่ 1 เพราะมองไม่เห็นมิใช่เพราะการขับรถเร็วหรือไม่ชะลอความเร็วตามฟ้อง ดังนี้ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้อง ทั้งเป็นข้อสาระสำคัญ ศาลต้องยกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.70 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.148 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.157

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.300 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 70, 148, 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายอภิมุขและนายบุญส่ง ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 โดยให้เรียกนายอภิมุขว่า โจทก์ร่วมที่ 1 และเรียกนายบุญส่งว่า โจทก์ร่วมที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติตามทางนำสืบที่โจทก์ โจทก์ร่วมทั้งสองและจำเลยไม่ฎีกาโต้แย้งว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 91-5662 กรุงเทพมหานคร มาหยุดที่สี่แยกเพื่อรอสัญญาณจราจรไฟสีเขียว เมื่อได้รับสัญญาณจราจรไฟสีเขียวจำเลยขับรถเคลื่อนออกไปเกิดชนกับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร 3ห-1074 ที่โจทก์ร่วมที่ 1 เป็นคนขับ และโจทก์ร่วมที่ 2 นั่งซ้อนท้าย ทำให้รถจักรยานยนต์ล้มได้รับความเสียหาย โจทก์ร่วมทั้งสองได้รับอันตรายสาหัส คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงเกินสมควรจนไม่สามารถหยุดรถหรือชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงพอที่จะขับหลบหลีกไม่ชนรถคันอื่นหรือสิ่งอื่นใดที่กีดขวางอยู่ข้างหน้าได้ทัน จำเลยควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถคันดังกล่าวข้ามสะพานและจะผ่านสี่แยกซึ่งเป็นทางร่วมทางแยกข้างหน้าด้วยการชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงและระมัดระวังไม่ให้รถคันที่จำเลยขับเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์คันที่โจทก์ร่วมที่ 1 ขับอยู่ข้างหน้า แต่จำเลยหาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่ จำเลยยังคงขับรถด้วยความเร็วสูงเกินสมควรโดยไม่ชะลอความเร็วให้ช้าลงและขับเฉี่ยวชนท้ายรถจักรยานยนต์ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องในข้อสาระสำคัญของการกระทำความผิดว่า จำเลยกระทำประมาทด้วยการขับรถด้วยความเร็วสูงเกินสมควรและไม่ชะลอความเร็วเมื่อถึงสี่แยก แต่ทางพิจารณากลับได้ความว่าจำเลยจอดรถอยู่ที่สี่แยกและเพิ่งขับรถเคลื่อนที่เมื่อได้รับสัญญาณจราจรไฟสีเขียวแล้วชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมที่ 1 เพราะมองไม่เห็นมิใช่เพราะการขับรถเร็วหรือไม่ชะลอความเร็วข้อสาระสำคัญ ศาลต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบมาตรา 215 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยอีก พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6505/2555 พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายอภิมุข คูณอานุภาพกุล กับพวก โจทก์ร่วม นายถนอม โรคน้อย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · โจทก์ร่วม - นายอภิมุข คูณอานุภาพกุล กับพวก · จำเลย - นายถนอม โรคน้อย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม วีรวงศ์ · สมควร วิเชียรวรรณ · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปทุมธานี - นางสาวศุภลักษณ์ ลาภทวีโชค · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมพงศ์ แพนเดช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4973/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 917/2564ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 239/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา