⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกสารบัญกฎหมายพ.ร.บ.จราจรทางบก › มาตรา 43

มาตรา 43 พ.ร.บ.จราจรทางบก

ลักษณะ ๓ การใช้ทางเดินรถ
มาตรา ๔๓ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ (๑) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ (๒) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น (๓) ในลักษณะกีดขวางการจราจร (๔) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน (๕) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย หรือไม่คำนึงความเดือดร้อนของผู้อื่น (๖) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ (๗) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ (๘) ในลักษณะที่เห็นได้ว่าไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น (๙) ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น ทั้งนี้ ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด มาตรา ๔๓ ทวิ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ทั้งนี้ ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร* พนักงานสอบสวน พนักงานจราจร* หรือผู้ตรวจการมีอำนาจจัดให้มีการตรวจสอบผู้ขับขี่รถบางประเภทตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามวรรคหนึ่งหรือไม่ และหากผลการตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่าผู้ขับขี่นั้นไม่ได้เสพก็ให้ผู้ขับขี่นั้นขับรถต่อไปได้ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ตามวรรคสองไม่ยอมให้ตรวจสอบ ให้หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร* พนักงานสอบสวน พนักงานจราจร* หรือผู้ตรวจการมีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้ เพื่อดำเนินการตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นแห่งกรณีเพื่อให้การตรวจสอบเสร็จสิ้นไปโดยเร็วและเมื่อผู้นั้นยอมรับการตรวจสอบแล้ว หากผลการตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่าไม่ได้เสพ ก็ให้ปล่อยตัวไปทันที การตรวจสอบตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง [คำว่า “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๙] มาตรา ๔๓ ทวิ/๑ ในกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นและมีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้ขับขี่หรือบุคคลที่อาจเป็นผู้ขับขี่ ได้กระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ทวิ วรรคหนึ่ง หากบุคคลดังกล่าวอยู่ในสภาวะหมดสติหรือได้รับอันตรายแก่กายจนไม่อาจให้ความยินยอมในการตรวจสอบการมีสารอยู่ในร่างกายตามมาตรา ๔๓ ทวิ วรรคสอง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจขอให้แพทย์ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจพิสูจน์บุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด การตรวจพิสูจน์ของแพทย์ตามวรรคหนึ่ง ให้ทำได้เท่าที่จำเป็นและสมควร โดยเก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ หรือของเสียอย่างอื่นจากร่างกายของบุคคลดังกล่าวด้วยวิธีทางการแพทย์และใช้วิธีการก่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ทั้งจะต้องไม่เป็นอันตรายอย่างอื่นต่อร่างกายหรืออนามัยของบุคคลนั้น ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง ให้สั่งจ่ายจากงบประมาณตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง มาตรา ๔๓ ตรี ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดรถและสั่งให้มีการทดสอบตามมาตรา ๑๔๒ ด้วย มาตรา ๔๓ จัตวา ในกรณีที่ผู้ตรวจการพบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) หรือมาตรา ๔๓ ทวิ วรรคหนึ่ง ให้ผู้ตรวจการส่งตัวผู้นั้นพร้อมพยานหลักฐานในเบื้องต้นแก่พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินหกชั่วโมงนับแต่เวลาที่พบการกระทำความผิดดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีต่อไป มาตรา ๔๓ เบญจ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๔๓ ทวิ และมาตรา ๔๓ ตรี ให้ผู้ตรวจการแสดงบัตรประจำตัวของตนซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรือกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง

สรุปมาตรา 43 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรานี้กำหนดข้อห้ามหลายอย่างที่ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องปฏิบัติตาม เช่น ห้ามขับรถตอนมึนเมา ขับรถโดยประมาท หรือขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร นอกจากนี้ยังห้ามขับรถขณะเสพยาเสพติด และมีอำนาจในการตรวจสอบผู้ขับขี่ที่ต้องสงสัยว่าเสพยาเสพติดด้วย

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 43 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรา 43

พบ 86 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2525–2568) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)

ฎีกาที่ 3201/2534 🤖 ย่อโดย AI- การอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญา จะมีผลเฉพาะข้อหาที่ผู้เสียหายเป็นผู้เสียหายโดยตรงเท่านั้น - ฎีกาที่โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ถ…ฎีกาที่ 5849/2544 🤖 ย่อโดย AI1. ความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และความผิดฐานก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นแล้วไม่ให้ความช่วยเหลือ เป็นความผิดคนละกรรมกัน…ฎีกาที่ 1941/2544 🤖 ย่อโดย AIการวินิจฉัยว่าผู้ใดได้รับอันตรายสาหัสหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวน ไม่ใช่เพียงความเห็นเบื้องต้นของแพทย์ผู้ตรวจรักษาเท่านั้น การเปรียบเทียบปรับหรือก…ฎีกาที่ 2272/2533 🤖 ย่อโดย AIการขับรถตามขบวนรถที่เปิดไฟสัญญาณนำหน้า ย่อมทำให้ผู้ขับขี่เชื่อว่าตนขับรถด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนดและอยู่ในช่องทางเดินรถที่ถูกต้อง การที่รถคันอื่นขับขึ้นจากไหล่ถนนอย่างกร…ฎีกาที่ 3557/2531 🤖 ย่อโดย AIการกระทำความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส และความผิดฐานไม่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นกรรมที่ต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรม การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. จราจ…ฎีกาที่ 9932/2555 🤖 ย่อโดย AIคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษอยู่ด้วย ให้อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 18 วรรค…ฎีกาที่ 2659/2539 🤖 ย่อโดย AIการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีอาญา โดยวินิจฉัยว่าผู้ร้องมิใช่ผู้เสียหายตามฟ้องของพนักงานอัยการนั้น เป็นเพียงการวินิจฉัยเบื้องต้นว่ามีเหตุที่จะอน…ฎีกาที่ 6235/2551 🤖 ย่อโดย AIข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาไม่ผูกพันบุคคลที่มิใช่ผู้เสียหายหรือคู่ความในคดีนั้น การที่อุปกรณ์ของยานพาหนะชำรุดเสียหายจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่อาจถือเป็นเหตุสุด…

ดูคำพิพากษาทั้งหมด 86 คดีที่อ้างมาตรา 43 →

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 43

การขับรถในขณะมึนเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นผิดกฎหมายหรือไม่?

การขับรถในขณะมึนเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

ขับรถบนทางเท้าได้หรือไม่?

ห้ามขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ยกเว้นรถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วย หรือคนพิการ

เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบการเสพยาเสพติดของผู้ขับขี่ได้หรือไม่?

หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานจราจร หรือผู้ตรวจการมีอำนาจจัดให้มีการตรวจสอบผู้ขับขี่รถบางประเภทว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือไม่

ถ้าเกิดอุบัติเหตุและผู้ขับขี่หมดสติ จะตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายได้อย่างไร?

ในกรณีที่ผู้ขับขี่หมดสติหรือได้รับอันตรายจนไม่อาจให้ความยินยอม พนักงานสอบสวนมีอำนาจขอให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์ได้ โดยเก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ หรือของเสียอย่างอื่นด้วยวิธีทางการแพทย์ที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุดและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 39มาตรา 40มาตรา 41มาตรา 42มาตรา 44มาตรา 45มาตรา 46มาตรา 47

↑ ดูพ.ร.บ.จราจรทางบกทั้งหมด

🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง