⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 155/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 155/2567

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาต้องเป็นการโต้แย้งว่าคำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือผิดพลาดอย่างไร การอุทธรณ์เนื้อหาคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองโดยอ้างว่าขัดต่อกฎหมายแต่ไม่ได้ให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยยกฟ้อง ถือเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าคดีไม่มีมูล การจะฎีกาได้หรือไม่ย่อมเป็นไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่บัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" เมื่อศาลชั้นต้นตรวจฎีกาแล้วมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์เพราะต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว หากโจทก์จะโต้แย้งคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวต้องดำเนินการตามมาตรา 224 ซึ่งมีความหมายว่า เนื้อหาในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ยื่นต้องเป็นการโต้แย้งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องอย่างไร การที่โจทก์กลับอุทธรณ์คำสั่งยกข้อโต้แย้งมาในคำร้องว่า คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา 186 (6) เพราะมิได้ให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยยกฟ้อง จึงมีลักษณะเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ต้องห้าม ไม่ใช่กรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.170 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.224

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 137, 172, 173, 174 วรรคสอง, 175, 177 วรรคสอง, 180 วรรคสอง, 326 ให้จำเลยที่ 1 โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหรือเดลินิวส์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลายไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ชำระค่าโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 332 (2) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกา ผู้พิพากษาดังกล่าวพิจารณาแล้วไม่อนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติว่า "...คำสั่งที่ว่า คดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์" คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าคดีไม่มีมูล การจะฎีกาได้หรือไม่ย่อมเป็นไปตามมาตรา 220 ที่บัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" เมื่อศาลชั้นต้นตรวจฎีกาแล้วมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์เพราะต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว หากโจทก์จะโต้แย้งคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวต้องดำเนินการตามมาตรา 224 ซึ่งมีความหมายว่า เนื้อหาในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ยื่นต้องเป็นการโต้แย้งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องอย่างไร การที่โจทก์กลับอุทธรณ์คำสั่งยกข้อโต้แย้งมาในคำร้องว่า คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (6) เพราะมิได้ให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยยกฟ้อง จึงมีลักษณะเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ต้องห้าม ไม่ใช่กรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จึงให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ท. 155/2567 นาง ฉ. กับพวก โจทก์ นาง ด. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ฉ. กับพวก · จำเลย - นาง ด. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอนชัย สิราริยกุล · ขจรศักดิ์ บุญเกษม · ปรีชา บุญโรจน์พงศ์
แหล่งที่มาหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำท.155/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1635/2493ฎีกา 164/2503ฎีกา 3578/2538ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1875/2547ฎีกา 280/2505ฎีกา 2891/2540ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1666/2506ฎีกา 3388/2526ฎีกา 4195/2558ฎีกา 57/2530ฎีกา 892/2507ฎีกา 4883/2541ฎีกา 321/2482ฎีกา 9984/2553ฎีกา 2651/2517ฎีกา 3539/2547ฎีกา 1618/2499ฎีกา 2077/2530ฎีกา 5721/2544ฎีกา 1184/2546ฎีกา 8404/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา