คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การมีเจตนาเอาหญิงไปเป็นภริยา ไม่เป็นเหตุให้พ้นผิดฐานฉุดคร่าอนาจาร
* การช่วยเหลือหรืออุปการะผู้กระทำผิดฐานอนาจาร ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
* การจับมือถือแขนในที่สาธารณะ แม้จะด้วยความรักใคร่ ก็อาจเป็นความผิดฐานอนาจารได้
* การที่ศาลอุทธรณ์แก้โทษจำคุกให้สูงขึ้น แต่ยังคงลงโทษไม่เกิน 1 ปี ห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
ชายฉุดคร่าห์หญิงไปแม้จะมีเจตนาเอาไปเป็นภริยาก็หาเป็นเหตุให้พ้นผิดฐานฉุดคร่าห์อนาจารตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 276 ไม่
ชายฉุดคร่าห์หญิงขึ้นเรือนแล้วจะเอาเข้าห้อง หญิงดิ้นไม่ยอมเข้าห้องจำเลยไปช่วยเขาผลักดันให้หญิงเข้าไปในห้องดังนี้ศาลอุทธรณ์ลงโทษฐานสมรู้ช่วยเหลือ อุปการะแก่ผู้ชายผู้กระทำผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 246, 65 จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน
ชายจับมือถือแขนหญิงในที่สาธารณะสถานแม้จะจับด้วยความรักใคร่ ก็มีผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 246
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 276 จำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 276 ด้วยให้จำคุก 9 เดือน แม้จะถือว่าเป็นการแก้มาก แต่คงลงโทษไม่เกิน 1 ปี ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่านายเฮียงจำเลยฉุดคร่าห์นางสาวป่วนขึ้นบนเรือนจะเอาเข้าห้อง นางสาวป่วนดิ้นไม่ยอมเข้า นางแก้วจำเลยผู้เป็นมารดานายเฮียง จึงมาช่วยดันนางสาวป่วนเข้าไปในห้องแล้วนายเฮียงกอดปล้ำจะให้นางสาวป่วนนอนแต่นางสาวป่วนดิ้นลุกขึ้นยืน นายทำนายสานจำเลยเข้าไปในห้องขวางประตู ไม่ให้นางสาวป่วนออกต่อมาพี่ชายนางสาวป่วนจึงมารับนางสาวป่วนกลับไปโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย
ศาลชั้นต้นเห็นว่านายเฮียง นายทำ นายสานผิดตามมาตรา ๒๗๐ จำคุกนายเฮียง ๓ เดือน นายทำนายสานคนละ ๑ เดือน นางแก้วพยานหลักฐานไม่พอ ให้ปล่อยตัวไป
นายตุ่นโจทก์ และจำเลยก็ต้องโทษอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่นายเฮียงฉุดคร่าห์นางสาวป่วนไปนั้นแม้จะฟังว่ามีเจตนาจะเอาเป็นภริยาก็เป็นผิดตามมาตรา ๒๗๖ ตามนัยฎีกาที่ ๙๖๐/๒๔๘๐ และนางแก้วมารดาได้ช่วยผลักดันนางสาวป่วนเข้าห้อง ต้องมีผิดฐานสมรู้กับนายเฮียง ในฐานความผิดตามมาตรา ๒๗๖, ๖๕ ด้วย
สำหรับข้อหาอีกข้อหนึ่ง ศาลอุทรณ์ฟังว่านายเฮียงจำเลยได้จับมือถือแขนนางสาวป่วนในที่สาธารณะสถาน มีผิดตามมาตรา ๒๔๖ อีกกะทงหนึ่ง จึงพิพากษาแก้ว่านายเฮียง จำเลยผิดตามมาตรา ๒๗๖ - ๒๗๐ กะทงหนึ่ง ให้จำคุก ๙ เดือนกับผิดตามมาตรา ๒๔๖ อีกกะทงหนึ่งให้จำคุก ๑ เดือนรวม ๒ กะทงเป็นโทษจำคุก ๑๐ เดือน นางแก้วผิดตามมาตรา ๒๗๖, ๖๕ ให้จำคุก ๖ เดือน ลดฐานปราณีกึ่งหนึ่งคงจำคุก ๓ เดือน และให้รอการลงอาญาไว้นอกนั้นคงยืน
นายเฮียง นางแก้ว จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2493
อัยการนครราชสีมา และนายตุ่น เรือนจันทึก โจทก์
นายเฮียง บุญไทยสง ที่1, นางแก้ว บุญไทยสง ที่2, นายทำ ภูจันทึก ที่3, นายสาน
ปุกจันทึก ที่4 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนครราชสีมา และนายตุ่น เรือนจันทึก · นายสาน - นายเฮียง บุญไทยสง ที่1, นางแก้ว บุญไทยสง ที่2, นายทำ ภูจันทึก ที่3, · ล. - ปุกจันทึก ที่4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประเสริฐ พิพัฒนกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประจักษ์ศุภอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา