⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 45/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งสิทธิในที่ดินพิพาทในทางแพ่ง ไม่เป็นการบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา หากขาดเจตนาบุกรุก.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ ซึ่งมีราคา 6 หมืนกว่าบาท และทำลายทรัพย์สินในที่ดินนั้น ขอให้ลงโทษและขับไล่จำเลย จำเลยปฏิเสธว่ามิได้บุกรุกและทำให้เสียทรัพย์กับต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยกระทำผิดจริง พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 363 และ358 ปรับ 550 บาท และให้ขับไล่จำเลยกับให้ใช้ค่าเสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะว่าให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 363 แต่บทเดียวปรับ 500 บาท นอกจากที่แก้นี้คงยืนตามคำพิพากษาศษลชั้นต้น ดังนี้ ่ข้อที่จำเลยฎีกาต่อมาว่า จำเลยโต้แย้งสิทธิที่ดินพิพาทในทางแพ่งมาตั้งแต่ก่อนโจทก์ฟ้อง ไม่เป็นการบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญาเพราะขาดเจตนานั้น ย่อมเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลล่างฟังมาแล้วว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุก จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาในทางแพ่งว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย แม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ประเด็นนี้ ในคดีส่วนอาญา ศาลล่างก็ฟังเป็นยุติแล้วว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาจึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นนั้นด้วย ไม่มีทางฟังเป็นอย่างอื่นไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.230 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.363

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่บ้านและสวน จำเลยที่ ๑ ใช้ให้จำเลยที่ ๒-๓ ทำลายรั้วเขตของโจทก์และบุกรุกเข้าไปแผ้วถาง ตัดฟัน และเผาป่าละเมาะ ต้นไม้ และรั้วไม้ ภายในที่ดินของโจทก์ และทำรั้วกั้นเข้าไปในที่ดินของโจทก์ โดยเจตนาทำลายทรัพย์และทำลายรั้วอันเป็นเครื่องหมายอาณาเขตที่ดินของโจทก์ และเจตนาบุกรุกเพื่อถือการครอบครองที่ดินบางส่วน ทั้งเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘,๓๖๒,๓๖๓,๘๓,๘๔ และพิพากษาขับไล่ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์ และให้รื้อรั้วออกไป กับให้ใช้ค่าเสียหายเป็นค่ารั้วและค่าต้นไม้ ๔๐๐ บาท จำเลยให้ากรว่า จำเลยมิได้บุกรุกเข้าตัดฟันต้นไม้และรื้อรั้วในที่ดินโจทก์ ที่ดินตามฟ้องมิใช่ของโจทก์ แต่เป็นที่ดินส่วนหนึ่งของจำเลยที่ ๑ ฯลฯ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยทำลายของของโจทก์เสียหาย แต่จำเลยที่ ๒-๓ กระทำโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด และไม่มีเจตนาบุกรุกและทำลายทรัพย์สินของโจทก์ จึงพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒,๓๖๓,๘๔ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๖๓ ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ ให้ปรับ ๔๐๐ บาท กับมีความผิดตามมาตรา ๓๕๘,๘๔ ด้วยให้ปรับ ๕๐ บาท รวมโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็น ๔๕๐ บาท ยกฟ้องคดีอาญาเฉพาะตัวจำเลยที่ ๒-๓ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารและห้ามเกี่ยวข้อง กับให้รื้อรั้วและร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๒๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะว่า จำเลยที่ ๑ กระทำผิดมาตรา ๓๖๒,๓๖๓,๓๕๘ ประกอบด้วย ๘๔ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๖๓ ประกอบด้วย ๔๐ ให้ปรับจำเลยที่ ๑ ๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ และจำเลยโต้แย้งสิทธิที่ดินที่พิพาทในทางแพ่งมาตั้งแต่ก่อนฟ้อง ฟ้องอาญาของโจทก์จึงขาดเจตนาตามกฎหมาย ไม่เป็นการบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๒๐ ฎีกาข้อที่ว่าฟ้องอาญาของโจทก์ขาดเจตนาตามกฎหมาย จึงไม่เป็นการบุกรุกาตามประมวลกฎหมายอาญานั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพราะศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีเจตนาบุกรุกแล้ว จึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดทางอาญา จำเลยจะฎีกาให้ฟังเป็นอย่างอื่นหาได้ไม่ ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยจึงมีแต่ในทางแพ่งซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เพราะที่ดินพิพาทมีราคา ๖๖,๕๕๕ บาทประเด็นนี้ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงทางอาญา ศาลล่างฟังเป็นยุติว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยที่ ๑ บุกรุกที่พิพาทรายนี้ ศาลฎีกาจึงต้องฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับที่ศาลล่างฟังไว้ในคดีส่วนอาญาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์(ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖) ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๔๐/๒๔๙๓ ไม่มีทางฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นไปได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2507 นางฟ่อง ตาดำ โจทก์ นายเซ่งเอี๋ยน อุ่นสกุล กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางฟ่อง ตาดำ · ล. - นายเซ่งเอี๋ยน อุ่นสกุล กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สิทธิ เกตุทัต · เชื้อ คงคากุล · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายวิทวัส อยู่วัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 4883/2541ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 435/2535ฎีกา 1948/2520ฎีกา 142/2530ฎีกา 533/2521ฎีกา 6354/2534ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1184/2546ฎีกา 6196/2537ฎีกา 8404/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา