⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 522/2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2489

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดนั้น ไม่จำเป็นต้องบรรยายในฟ้องว่าผู้สมรู้ร่วมคิดมีอำนาจหน้าที่ในการกระทำความผิดนั้นด้วย * การบรรยายฟ้องที่แตกต่างกันเล็กน้อยในรายละเอียดของลักษณะเงินที่รับมา (สินน้ำใจ หรือ สินบน) ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม * การเตรียมการกระทำความผิดก่อนได้รับมอบหมายหน้าที่ ไม่เป็นเหตุให้พ้นผิดจากการกระทำความผิดในตำแหน่งหน้าที่ราชการ * หากศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คู่ความจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 สมคบกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ออกบัตร์ให้กรรมกรหยุดงานได้โดยมิได้กล่าวในฟ้องด้วยว่า จำเลยที่ 2 มีอำนาจออกบัตร์นั้นด้วย ดังนี้ศาลก็คงลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานสมรู้กับจำเลยที่ 1 ได้ ฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยรับเงินไว้เป็นสินน้ำใจ ตอนหลังว่าเป็นสินบน ดังนี้ไม่ใช่ฟ้องเคลือบคลุม เมื่อได้ความว่า จำเลยมีอำนาจออกบัตร์ให้กรรมกรหยุดงานเพราะป่วยได้แล้ว แม้ปรากฏว่าจำเลยได้ทำเตรียมบัตร์นั้นไว้ก่อนได้รับมอบตัวกรรมกรก็ตาม จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานปลอมหนังสือในตำแหน่งหน้าที่ราชการ ศาลอุทธรณ์มีความเห็นแย้ง แต่มิได้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนี้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.65 กฎหมายลักษณะอาญา ม.137 กฎหมายลักษณะอาญา ม.138 กฎหมายลักษณะอาญา ม.230 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า จำเลยที่ ๑ รับราชการเป็นปลัดอำเภอประจำตำบลสันป่าตอง นายสมบูรณ์จำเลยที่ ๒ เป็นเสมียนมหาดไทยอำเภอสันป่าตอง ข้าหลวงประจำจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ เป็นหัวหน้าหน่วยกรรมกรไทยตำบลลำเปิง อำเภอแม่แตง รับมอบคนงานที่ถูกเกณฑ์แก่ทหารญี่ปุ่นเอาไปใช้ททำงาน และให้จำเลยที่ ๑ มีอำนาจอนุญาตให้คนงานทำงานที่ป่วยกลับบ้านก่อนกำหนดได้ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้นำคนที่ถูกเกณฑ์ไปมอบให้จำเลยที่ ๑ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานได้บังอาจสมคบกันกระทำผิดกฎหมายโดยสมคบกันเรียกและรับเงินอันเป็นทรัพย์สินที่ไม่ควรได้มาตามกฎหมายไว้เป็นสินน้ำใจของจำเลยจากนายตั๋น กับพวกเพื่อเป็นเครื่องอุปการะที่จำเลยทำคุณให้บุคคลดังกล่าวนั้นเงินที่จำเลยทั้งสองเรียกและรับจากบุคคลเหล่านี้เป็นสินบนเพื่ออาณาประโยชน์ของจำเลยเอง ฯลฯ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๗,๑๓๘,๒๓๐ ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๑๓๘ และ ๒๓๐ แต่ให้แก้บทลงโทษส่วนตัวจำเลยที่ ๒ เป็นสมรู้ในการกระทำผิด เพราะได้ความว่าคราวที่เกิดเรื่องนี้ จำเลยที่ ๒ ไม่ได้คุมกรรมกรที่ถูกเกณฑ์ไปมอบให้จำเลยที่ ๒ เพียงแต่เขียนบัตร์ป่วยให้จำเลยที่ ๑ ลงชื่อเท่านั้น แต่มีความเห็นของผู้พิพากษานายหนึ่งเห็นควรยกฟ้อง เพราะฟ้องเคลือบคลุม และข้อเท็จจริงที่ทได้ตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงและบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาในฟ้อง จำเลยฎีกาศาลฎีกาปฤกษาเห็น ๑. ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์กล่าวเพียงว่าจำเลยที่ ๒ รับราชการเป็นเสมียนอำเภอ มิได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยมีตำแหน่งหน้าที่ออกบัตร จึงไม่มีทางลงโทษจำเลยได้นั้นปรากฎตามฟ้องแล้วว่า จำเลยที่ ๒ สมคบกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อรับมอบตัวกรรมกรและออกบัตร์ ฯลฯ ฉะนั้นแม้จะฟังว่า จำเลยมิได้มีตำแหน่งดังจำเลยฎีกา +ก็ย่อมลงโทษจำเลยในฐานเป็นผู้สมรู้ได้ ๒. ข้อที่โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ ๑ ก. ว่าจำเลยสมคบกันเรียกและรับเงินไว้จากนายตั๋น กับพวกไว้เป็นของน้ำใจส่วนตัวเพื่ออุปการะแก่การที่จำเลยให้คุณแก่บุคคลเหล่านั้น และในตอนท้ายกล่าวว่า เงินที่จำเลยเรียกและรับเป็นสินบนเพื่อจำเลยละเว้นไม่กระทำการตาม+ที่นั้น ไม่ทำให้ในฟ้องข้อนี้เป็นต้องเคลือบคลุม เพราะไม่มีข้อความที่จะทำให้ผิดหรือหลงหรือไม่เข้าใจฟ้องนี้ +ทำให้เห็นว่าฟ้องนี้ขัแย้งกันแต่อย่างใดเลย ๓. ข้อที่ว่า จำเลยที่ ๑ ได้ออกบัตร์ให้กรรมกร+ได้รับอนุญาตมอบตัวกรรมกร จึงถือไม่ได้ว่าบัตร์นั้นเป็น+หนังสือทางราชการ ลงโทษจำเลยไม่ได้นั้น ความข้อนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่เขียนบัตร์อนุญาต จำเลยที่ ๒ เป็นผู้เขียนบัตร แม้บัตร์นั้นจะได้ออกก่อนจำเลยที่ ๑ ได้รับมอบตัวกรรมกร ก็ไม่ทำให้จำเลยพ้นผิดฐานปลอมจดแจ้งข้อความเท็จในหนังสือตำแหน่งหน้าที่ไปได้ และการที่ศาลล่างลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๓๐ ก็ถูกต้องตามฟ้อง +ผิดจากข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาอย่างใด คดีปรากฎว่าจำเลยฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้แม้จะมีความเห็นแย้ง แต่ไม่มีการอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริง คงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2489 อัยยการเชียงใหม่ โจทก์ นายดารา ไชยวันน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการเชียงใหม่ · จำเลย - นายดารา ไชยวันน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · นาถปรีชา · ชัยประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายโชติ นิทยุ · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปริญญา พระนนท์ปัญญา+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา