คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 120/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ แต่หากจำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายขึ้นมา ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาให้งดการกักกันจำเลยได้ หากศาลฎีกาเห็นชอบตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในข้อกฎหมายนั้น
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 294 เพิ่มโทษและลดโทษ มีส่วนเท่ากันให้หักกลบลบกันไปคงจำคุก 1 ปี พ้นโทษแล้วให้ส่งตัวจำเลยไปกักกันมีกำหนด 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ แม้คู่ความจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ก็ดี แต่เมื่อจำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ขึ้นมาศาลฎีกาแล้ว และศาลฎีกาเห็นในข้อ ก.ม.ตามศาลอุทธรณ์ก็ตาม ศาลฎีกาก็ย่อมมีอำนาจพิพากษาให้งดส่งตัวจำเลยไปกักกันเสียได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๑ ปี ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๔ และให้กักกันจำเลยมีกำหนด ๓ ปี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลเพิ่มโทษจำเลยไม่ถูก
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างเพิ่มโทษจำเลยชอบแล้ว ส่วนโทษกักกันเห็นว่าจำเลยเป็นหญิงอายุ ๒๔ ปี ควรงดส่งตัวจำเลยไปกักกัน เพื่อให้โอกาศจำเลยประพฤติตนเป็นคนดีต่อไป
จึงพิพากษาแก้ ให้งดส่งตัวจำเลยไปกักกันเสีย นอกจากนั้นยืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 120/2497
อัยการกรมอัยการ โจทก์
นางส่งศรี บุญเลิศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นางส่งศรี บุญเลิศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวิเทศยุติญาณ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา