คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2229/2515
พ.ร.บ.ป่าไม้ ม.48, 73, 74 · พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) ม.4, 17
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ไม้ที่ถูกดัดแปลงเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีลักษณะเป็นเครื่องใช้ แต่ยังคงสภาพเดิมและมีเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ไม่ถือว่าเป็นเครื่องใช้ตามกฎหมาย แต่เป็นไม้แปรรูป
ย่อคำพิพากษา
ไม้ของกลางมีลักษณะใหม่และสด ตัดมาจากป่าไม่เกินสองปี ดูไม่ออกว่าเป็นชิ้นส่วนของเตียงนอนเพียงแต่ไสกบตบแต่งและบางชิ้นทาแชลแล็คไว้ลักษณะของไม้ดังกล่าวประกอบเป็นเครื่องใช้พอเป็นพิธีมิได้มีเจตนาจะใช้เป็นเตียงนอนอย่างจริงจัง แต่เป็นการทำเพียงให้เห็นเป็นรูปลักษณะของเตียงนอนเพื่อพรางหรือลวงโดยเจตนาจะหลีกเลี่ยงกฎหมาย จะถือว่าเป็นไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ ตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4)พ.ศ.2503 มาตรา 4(4)หาได้ไม่ แต่เป็นไม้แปรรูปตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม.17 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.74 🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีไม้สักแปรรูปอันเป็นไม้หวงห้ามจำนวน ๕๕๕ ชิ้น ปริมาตรเนื้อไม้ ๓.๕๕ ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓, ๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๗
จำเลยให้การต่อสู้ว่า ไม้ของกลางมิใช่ไม้แปรรูป หากเป็นเตียงนอนอยู่ในสภาพเป็นของใช้
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ซื้อไม้ของกลางในสภาพเป็นเตียงนอนสำเร็จรูปมา แต่ทำให้เป็นรูปลักษณะของเตียงนอนไว้เพื่อพรางเลี่ยงกฎหมาย พิพากษาว่าจำเลยผิดฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองไม่รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๘, ๗๓, ๗๔ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๗
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ไม้ของกลางมีสภาพเป็นเตียงนอนซึ่งเป็นเครื่องใช้โดยสมบูรณ์ ไม่ใช่ไม้แปรรูปตามกฎหมาย
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยนั้น ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๒ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ไม้ของกลางมีลักษณะใหม่และสด ตัดมาจากป่าไม้เกินสองปี แต่ละชิ้นไม่มีรอยดวงตราของเจ้าหน้าที่ประทับไว้ ดูไม่ออกว่าเป็นชิ้นส่วนของเตียงนอน เพียงแต่ไสกบตบแต่ง และบางชิ้นทาแชลแล็คไว้ ฟังไม่ได้ว่าไม้สักของกลางอยู่ในสภาพเป็นเตียงนอนสำเร็จรูปอันอยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้โดยสมบูรณ์ ลักษณะของไม้ดังกล่าวประกอบเป็นเครื่องใช้พอเป็นพิธี มิได้มีเจตนาจะใช้เป็นเตียงนอนอย่างจริงจังแต่เป็นการทำเพียงให้เห็นเป็นรูปลักษณะของเตียงนอนเพื่อพรางหรือลวงโดยเจตนาจะหลีกเลี่ยงกฎหมาย จะถือว่าเป็นไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓มาตรา ๔(๔) หาได้ไม่ ฎีกาจำเลยไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2229/2515
พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์
นายศรีจันทร์ หรือปี้ ผ่านสุวรรณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง · จำเลย - นายศรีจันทร์ หรือปี้ ผ่านสุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · รัตน์ ศรีไกรวิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำปาง - นายพินิจ ฉิมพาลี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธีร์ เจริญสุข |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา