คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและฐานอนาจารกระทำต่อผู้เสียหายคนเดียวกันและต่างกรรมต่างวาระกัน ย่อมลงโทษจำเลยได้ตามความผิดแต่ละกระทง.
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย 4 กระทงฐานทำร้ายร่างกาย จำคุก 3 เดือนกระทงหนึ่งฐานฉุกคร่าอนาจารจำคุก 3ปีกระทงหนึ่ง, ฐานข่มขืนชำเรา 2 กระทงจำคุก 4 ปี, รวมโทษ 7 ปี 3 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกฟ้องโจทก์ฐานข่มขืนทำชำเรา 2 กระทงนั้นเสีย คงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายและฉุดคร่า อนาจารตามศาลชั้นต้นดังนี้ จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้ในการทำร้ายร่างกายและฉุดคร่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยเป็น ๔ กะทง คือฐานทำร้ายร่างกายตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๕๔ จำคุก ๓ เดือน กระทงหนึ่งฐานชุดคร่าอนาจารตามมาตรา ๒๗๖ จำคุก ๓ ปีกระทงหนึ่ง ฐานข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา ๒๔๓ รวม ๒ กระทง จำคุก ๔ ปี รวมโทษทุกกะทงเป็น ๗ ปี ๓ เดือน
ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องจำเลยในฐานความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตาม ม.๒๔๓ ๒ กระทงนั้นเสีย คงลงโทษแต่ฉะเพาะฐานทำร้ายร่างกายและฉุดคร่าอนาจาร ๒ กระทงจำคุก ๓ ปี ๓ เดือน
โจทก์จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง
โจทก์ฎีกาขอให้ได้ความว่าลงโทษจำเลยตามศาลเดิม จำเลยฎีกาว่าไม่ควรมีผิดเลย
ศาลฎีกาตัดสินว่าฎีกาของจำเลยเถียงข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๒๑๘ เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษายืนศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย ๓ ปี ๓ เดือนในความผิด ๒ กระทงนั้น แต่สำหรับฎีกาโจทก์เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้น จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2481
อัยยการสงขลา โจทก์
นายคง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสงขลา · จำเลย - นายคง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · อมาตย์ · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเจริญ ไชยคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - พระนนทปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา