⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 264/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยหลายคนร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายหลายคน จะถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้นั้น ต้องมีการบรรยายฟ้องและนำสืบให้ชัดแจ้งว่าการกระทำนั้นเป็นกิจลักษณะต่างกรรมต่างวาระกัน.

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่จำเลยหลายคนสมคบกันทำร้ายผู้เสียหายหลายคนโจทก์บรรยายฟ้องว่า "จำเลยต่างมีมีดเป็นอาวุธสมคบกันฟันและแทงทำร้ายร่างกายนายสอาดกับนายใจถึงบาดเจ็บสาหัสทุพลภาพฯ" ในฟ้องมิได้กล่าวว่าการกระทำของจำเลยเป็นกิจลักษณะต่างกรรมต่างวาระและโจทก์ก็มิได้นำสืบว่าการกระทำร้ายได้เกิดขึ้นในลักษณะอย่างไร ทั้งคำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้อ้าง ม.71 ให้เรียงกะทงลงโทษ เพียงเท่านั้นยังไม่พอฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกะทง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.70 กฎหมายลักษณะอาญา ม.71 กฎหมายลักษณะอาญา ม.254 กฎหมายลักษณะอาญา ม.256 ประมวลกฎหมายอาญา ม.70 ประมวลกฎหมายอาญา ม.71 ประมวลกฎหมายอาญา ม.254 ประมวลกฎหมายอาญา ม.256

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยต่างมีมีดเป็นอาวุธสมคบกันฟันและแทงร่างกายนายสอาดบาดเจ็บสาหัสและทำร้ายนายใจทุพลภาพ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔,๒๕๖ และริบของกลาง ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต จำเลยทั้งสามรับสารภาพและจำเลยได้ใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายบ้างแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา ม.๒๕๔,๒๕๖ แต่ให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๖ ซึ่งเป็นบทหนักมีกำหนดคนละ ๒ ปี ลดกึ่งตาม ม.๕๙ เพราะจำเลยรับสารภาพคงให้จำคุกจำเลยไว้คนละ ๑ ปี แต่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้รับชดใช้ค่าเสียหายแล้ว จึงรอการลงโทษแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายผู้เสียหายสองคนจึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกันของแต่ละคนจึงมีความผิดคนละ ๒ กะทงตามมาตรา ๒๕๔,๒๕๖ จึงแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้รวมกะทงลงโทษจำเลยมีกำหนดคนละ ๒ ปี ๖ เดือน ลดตาม ม.๕๙ กึ่งคงจำไว้คนละ ๑ ปี ๓ เดือน โดยไม่รอการลงโทษให้จำเลย ฯลฯ นายหล่อจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ตัวมาฟังคำพิพากษา นายปลดจำเลยที่ ๒ นายเล็กจำเลยที่ ๓ ฎีกาว่าควรลงโทษจำเลยแต่กะทงเดียว และขอให้รอการลงโทษ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า "จำเลยต่างมีมีดเป็นอาวุธสมคบกันฟันและแทงทำร้ายร่างกายนายสอาดกับนายใจถึงบาดเจ็บสาหัสทุพลภาพ ฯลฯ" ดังนี้โจทก์มิได้กล่าวว่าการกระทำของจำเลยเป็นกิจลักษณะต่างกรรมต่างวาระและโจทก์ก็มิได้นำสืบว่าการกระทำร้ายได้เกิดขึ้นในลักษณะอย่างไรทั้งคำขอท้ายฟ้องโจทก์ก็มิได้อ้าง ม.๗๑ ให้เรียงกะทงลงโทษ จึงยังไม่ควรบังคับให้นอกไปจากฟ้อง ฎีกาจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนข้อควรรอการลงโทษหรือไม่นั้นเห็นว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลยพินิจเหมาะสมดีแล้วพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยบังคับคดีลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2499 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายหล่อ ที่ 1 นายปลด ที่ 2 นายเล็ก ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายหล่อ ที่ 1 นายปลด ที่ 2 นายเล็ก ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสอน ไชยส · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริหารพินิจฉั
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1182/2494ฎีกา 249/2472ฎีกา 713/2466ฎีกา 98-100/2470ฎีกา 297/2472ฎีกา 1897/2492ฎีกา 609/2482ฎีกา 809/2468ฎีกา 981/2467ฎีกา 131/2468ฎีกา 1638/2492ฎีกา 380/2468ฎีกา 213/2487ฎีกา 618/2483ฎีกา 222/2468ฎีกา 141/2466ฎีกา 455/2466ฎีกา 906-907/2465ฎีกา 6344/2531ฎีกา 441/2483ฎีกา 581/2485ฎีกา 764/2469ฎีกา 376/2464ฎีกา 276/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา