⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4150/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4150/2529

ป.อาญา ม.297

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้รับบาดเจ็บจนตาข้างหนึ่งมองไม่เห็นตลอดกาล ถือเป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมถูกตบด้วยแก้วที่ใบหน้าบริเวณเบ้าตาข้างซ้ายแพทย์ผู้ตรวจรักษาเบิกความประกอบรายงานความเห็นการตรวจชันสูตรบาดแผลว่าโจทก์ร่วมมีเลือดออกในลูกตาซ้าย ฉากรับภาพเคลื่อน เป็นเหตุให้ตาข้างซ้ายมองไม่เห็นใช้เวลารักษาประมาณ 2 เดือน หลังจากรักษาแล้วก็ยังมองไม่เห็นตาข้างซ้ายจะบอดตลอดกาล ไม่สามารถผ่าตัดตาข้างซ้ายให้กลับดีได้ จะเอาลูกตาคนอื่นเปลี่ยนแทนก็ไม่ได้เพราะเบ้าตาภายในเสีย แม้โจทก์ร่วมจะได้รักษาหลังจากเกิดเหตุทันทีก็ไม่อาจแก้ให้ดีได้ และได้ความจากโจทก์ร่วมว่า ก่อนเกิดเหตุตาทั้งสองข้างมองเห็นได้ชัดเท่ากัน ขณะเบิกความเห็นราง ๆ ตาข้างซ้ายของโจทก์ร่วมไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเท่าตาข้างขวา ดังนี้ถือได้ว่าโจทก์ร่วมรับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ๓๓ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นายวรพจน์ เพิ่มศิริวาณิชย์ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ จำคุก ๙ เดือน ของกลางริบ โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗ จำคุก ๔ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมถูกจำเลยตบด้วยแก้วที่ใบหน้าบริเวณเบ้าตาข้างซ้าย แพทย์ผู้ตรวจรักษาเบิกความประกอบรายงานความเห็นการตรวจชันสูตรบาดแผลว่า โจทก์ร่วมมีเลือดออกในลูกตาซ้าย ฉากรับภาพเคลื่อนเป็นเหตุให้ตาข้างซ้ายมองไม่เห็นใช้เวลารักษาประมาณ ๒ เดือน หลังจากรักษาแล้วก็ยังมองไม่เห็น ตาข้างซ้ายจะบอดตลอดเวลา ไม่สามารถผ่าตัดตาข้างซ้ายให้กลับดีได้ จะเอาลูกตาคนอื่นเปลี่ยนแทนก็ไม่ได้เพราะเบ้าตาภายในเสียแม้โจทก์ร่วมจะได้รักษาหลังจากเกิดเหตุทันทีก็ไม่อาจแก้ให้ดีได้ และได้ความจากโจทก์ร่วมว่า ก่อนเกิดเหตุตาทั้งสองข้างมองเห็นได้ขัดเท่ากัน ขณะเบิกความเห็นราง ๆ ตาข้างซ้ายของโจทก์ร่วมไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเท่าตาข้างขวา ดังนี้ถือได้ว่าโจทก์ร่วมรับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4150/2529 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายวรพจน์ เพิ่มศิริวาณิชย์ โจทก์ร่วม นายชัยรัตน์หรือแจ๋น เรือนภู่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · โจทก์ร่วม - นายวรพจน์ เพิ่มศิริวาณิชย์ · จำเลย - นายชัยรัตน์หรือแจ๋น เรือนภู่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายอำนวย เต้พันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อุดมวรชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1867/2531ฎีกา 264/2499ฎีกา 236/2513ฎีกา 1336/2553ฎีกา 448/2500ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1666/2521ฎีกา 801/2503ฎีกา 321/2482ฎีกา 635/2485ฎีกา 1116/2502ฎีกา 12802/2558ฎีกา 10189/2539ฎีกา 110/2513ฎีกา 1129/2531ฎีกา 381/2537ฎีกา 9264/2551ฎีกา 7180/2560ฎีกา 1285/2561ฎีกา 8356/2554ฎีกา 2879/2546ฎีกา 5904/2553ฎีกา 1275/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา