⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1867/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1867/2531

ป.อาญา ม.90, 290, 295 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายหลายคน โดยมีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายทุกคน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว แม้จะมีการกระทำหลายครั้งและต่อหลายบุคคลก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายพวกผู้เสียหาย โดยมีเจตนาทำร้ายพวกผู้เสียหายทุกคน ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นใคร ลักษณะของเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียว แม้จะมีการกระทำหลายหนและต่อหลายบุคคล ก็อยู่ภายในเจตนาอันนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.290 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91, 290, 295, 297 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290, 295, 297, 83, 90 ลงโทษตามมาตรา 290 วรรค 1 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 4 ปีโจทก์อุทธรณ์ขอให้เรียงกระทงลงโทษ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้มีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมหรือกรรมเดียว ซึ่งศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่า เมื่อวันที่17 กรกฎาคม 2526 เวลากลางคืนหลังเที่ยง ผู้เสียหายกับพวกซึ่งรวมผู้ตายด้วยประมาณ 7 คน นั่งรับประทานอาหารอยู่โต๊ะหนึ่งจำเลยกับพวกประมาณ 6 คน นั่งรับประทานอาหารอีกโต๊ะหนึ่งในร้านอาหารเดียวกัน จำเลยกับพวกได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายพวกผู้เสียหายโดยใช้ไม้และเก้าอี้ตีเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ผู้เสียหายบางคนได้รับอันตรายสาหัส บางคนได้รับอันตรายแก่กาย ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกไม่มีสาเหตุโกรธเคืองพวกผู้เสียหายมาก่อนเป็นพิเศษ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นลักษณะของการยกพวกไปตีทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่ชอบกันเจตนาของจำเลยกับพวกต้องการทำร้ายพวกผู้เสียหายทุกคน ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นใคร ลักษณะของเจตนาในการกระทำความผิดเป็นอันเดียว แม้จะมีการกระทำหลายหนและต่อหลายบุคคลก็ตามก็อยู่ภายในเจตนาอันนั้น จึงถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียว เมื่อปรากฏผลเป็นความผิดต่างฐานกัน ก็เป็นเรื่องของความผิดหลายบทซึ่งศาลต้องลงโทษด้วยบทหนักที่สุด ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวจึงชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1867/2531 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย ยุ ทธ บุญ น่วม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย ยุ ทธ บุญ น่วม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 789/2480ฎีกา 448/2500ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1148/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 16867/2557ฎีกา 960/2559ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485ฎีกา 893/2563ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533ฎีกา 1116/2502ฎีกา 16561/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา