⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1129/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งเดินตามกลุ่มผู้กระทำความผิดไปในภายหลัง โดยไม่มีพยานหลักฐานแสดงว่าบุคคลนั้นเป็นพรรคพวกหรือมีเจตนาร่วมกระทำความผิดมาแต่แรก ย่อมไม่ถือว่าบุคคลนั้นมีเจตนาร่วมกระทำความผิดด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยรู้ว่า จ. กับพวกจะไปทำร้ายผู้เสียหาย จึงเดินตาม จ.กับพวกไปที่บ้าน ม. ซึ่งผู้เสียหายกำลังซ้อมดนตรีอยู่กับ ม.และพวก จ. กับพวกอีก 2 คน ขึ้นไปบนบ้านและใช้ไม้ตีทำร้ายผู้เสียหาย ส่วนจำเลยยืนดูอยู่เฉย ๆ ข้างล่างห่างที่เกิดเหตุประมาณ 6 - 10 เมตร ไม่ได้แสดงกริยาอาการจะเข้าร่วมทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยเป็นพรรคพวกของ จ. และมีเจตนาร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้เสียหายมาแต่แรก แม้หลังจากเกิดเหตุแล้วจำเลยจะเดินตาม จ. กับพวกไปก็ตาม ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกับพวกอีก ๖ คน ใช้ไม้ ๑ ท่อน ยาวประมาณ ๑ เมตร เป็นอาวุธตีและชกต่อยนายสมมาตร มีแสงผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ๘๓, ๓๓ และริบท่อนไม้ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๖๙๗, ๘๓ ลดมาตราส่วนโทษให้แล้ว คงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ไม้ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ส่วนท่อนไม้ให้ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุจำเลยเดินตามนายจวงกับพวกไปที่บ้านนายมานัส พอไปถึงจำเลยยืนอยู่ข้างล่าง ส่วนนายจวงกับพวกอีก ๒ คนขึ้นไปบนบ้านซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายนายมานัส พลตำรวจสมปอง นายมนู นายชนะ นายคะเน กำลังซ้อมดนตรีกันอยู่ นายจวงถือไม้หนาประมาณ ๒ นิ้ว ยาวประมาณ ๑ เมตร เดินตรงไปที่ผู้เสียหายและใช้ไม้ตีถูกชายโครงผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ขณะเกิดเหตุจำเลยอยู่ข้างล่างบนพื้นดินห่างที่เกิดเหตุประมาณ ๖ - ๑๐ เมตร จำเลยยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้แสดงกริยาอาการจะเข้าร่วมทำร้ายผู้เสียหายและหลังจากเกิดเหตุแล้ว จำเลยเดินตามนายจวงกับพวกไป แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่า จำเลยเป็นพรรคพวกของนายจวงหรือพวกของนายจวงคนใดคนหนึ่งและมีเจตนาร่วมกับนายจวงเพื่อทำร้ายผู้เสียหายมาแต่แรก แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยรู้ว่า นายจวงกับพวกจะไปทำร้ายผู้เสียหายก็ตาม ก็ยังไม่พอที่จะรับฟังเป็นพิรุธแก่จำเลยว่า จำเลยมีเจตนาร่วมกับนายจวงเพื่อทำร้ายผู้เสียหาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2531 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายสุทธิศักดิ์ นามเชียงใต้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายสุทธิศักดิ์ นามเชียงใต้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · สุชาติ จิวะชาติ · เสงี่ยม ทวีชัยการ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายโสภณ โรจน์อนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 2669/2538ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1148/2534ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา