⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 529/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2509

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้ยาทำให้ผู้เสียหายมึนเมา เป็นเหตุให้ตกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะขัดขืนได้ ดังนี้ จึงถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้าย เมื่อจำเลยได้กระทำการดังนั้นเพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การลักทรัพย์และการพาทรัพย์นั้นไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวและเป็นการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ยาให้ผู้เสียหายรับประทาน ทำให้ไม่ได้สติ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วจำเลยชิงเอาสายสร้อยคอทองคำและทรัพย์อื่นรวม ๒,๓๗๕ บาท ของผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ สั่งคืนของกลางให้ผู้เสียหาย และบังคับจำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายและให้นับโทษต่อคดีแดงที่ ๑๑๖๙/๒๕๐๘ จำเลยให้การปฏิเสธ และรับว่าเคยต้องโทษจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๓๙ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้จำคุก ๕ ปี ของกลางคืนเจ้าทรัพย์ และให้ใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน กับให้นับโทษต่อตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยตามทางพิจารณาได้ความว่าเป็นการทำร้ายร่างกายกระทงหนึ่ง และลักทรัพย์อีกกระทงหนึ่ง ซึ่งจำเลยเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ชอบที่ศาลจะยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายนั้น จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๒๒ เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยใช้ยาทำให้นางสุดามึนเมา เป็นเหตุให้นางสุดาตกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วจำเลยได้ลักทรัพย์ของนางสุดาผู้เสียหายไป ข้อเท็จจริงฟังได้ดังกล่าวแล้ว การที่จำเลยใช้ยาทำให้นางสุดมึนเมา เป็นเหตุให้นางสุดาอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะขัดขืนได้ ถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้าย เมื่อจำเลยได้กระทำการดังนั้น เพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การลักทรัพย์และการพาทรัพย์นั้นไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวและเป็นการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2509 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายไสว สุขขะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายไสว สุขขะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเพ็ญ ญาณประสาท · ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2480/2538ฎีกา 845/2543ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 213/2554ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 369/2501ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา