⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 702/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงไม่มีเหตุอันสมควรงดโทษปรับ. หากผู้กระทำผิดมิใช่ผู้ค้ารายใหญ่ มีเหตุอันสมควรที่จะลดโทษปรับให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี.

ย่อคำพิพากษา

แม้ความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ฯ จะไม่ใช่อาชญากรรมที่ร้ายแรงและมิได้เป็นภัยต่อสังคม แต่การกระทำของจำเลยก็เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเจ้าของลิขสิทธิ์ อันไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ไม่มีเหตุอันสมควรงดโทษปรับ จำเลยกระทำความผิดโดยเปิดเป็นร้านแผงลอย แผ่นวีดีโอและดีวีดีภาพยนตร์ที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมทั้งสิบเอ็ดที่ยึดได้มีจำนวน 916 แผ่น ยังไม่อาจถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ค้ารายใหญ่ จึงมีเหตุอันสมควรที่จะลดโทษปรับให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 28, 31, 61, 70, 75 และ 76 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 มาตรา 4, 6 และ 34 ให้แผ่นวีดีโอซีดีและดีวีดีของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 916 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายทั้งสิบเอ็ดซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายทั้งสิบเอ็ดยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต ศาลทรัพย์สินทางปัญหาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (ที่ถูก 31 (1)) และ 70 วรรคสอง พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 มาตรา 6 (ที่ถูก มาตรา 6 วรรคหนึ่ง) และ 34 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นเพื่อการค้า ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 300,000 บาท ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน จำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษปรับ 20,000 บาท รวมโทษทุกกระทงความผิดเป็นจำคุก 1 ปี และปรับ 320,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี คุมความประพฤติของจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือน เป็นเวลา 1 ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้แผ่นวิดีโอซีดีและดีวีดีที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของกลางจำนวน 916 แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์ร่วมทั้งสิบเอ็ดซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้งดหรือลดค่าปรับนั้น เห็นว่า แม้ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 จะไม่ใช่อาชญากรรมที่ร้ายแรงและมิได้เป็นภัยต่อสังคม แต่การกระทำของจำเลยก็เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเจ้าของลิขสิทธิ์ อันไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะงดโทษปรับแก่จำเลยแต่เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว จำเลยกระทำความผิดโดยเปิดเป็นร้านแผงลอย แผ่นวิดีโอซีดีและดีวีดีภาพยนตร์ที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมทั้งสิบเอ็ดที่ยึดได้มีจำนวน 916 แผ่น ยังไม่อาจถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ค้ารายใหญ่ โทษปรับที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางลงแก่จำเลยทั้งสองข้อหานั้นหนักเกินไป สมควรแก้ไขเฉพาะโทษปรับให้เหมาะสม อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะโทษปรับในความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1) และ 70 วรรคสอง ให้ปรับ 200,000 บาท และความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง และ 34 ให้ปรับ 10,000 บาท รวมเป็นจำคุก 1 ปี และปรับ 210,000 บาท โทษจำคุกและการคุมความประพฤติของจำเลยคงให้รอการลงโทษไว้ตามกำหนดและเงื่อนไขเดิม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทดีสนีย์ เอ็นเตอร์ไพรส์ อิงค์. กับพวก โจทก์ร่วม นายสุชาติ ประจักษ์ศุภกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - บริษัทดีสนีย์ เอ็นเตอร์ไพรส์ อิงค์. กับพวก · จำเลย - นายสุชาติ ประจักษ์ศุภกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · พินิจ เพชรรุ่ง
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 880/2502ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 9/2496ฎีกา 26/2487ฎีกา 345/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1140/2507ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2891/2540ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 868/2497ฎีกา 13516/2553ฎีกา 738/2536ฎีกา 1167/2532ฎีกา 5806/2534ฎีกา 8552/2552ฎีกา 988/2568ฎีกา 1516/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ