⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2218/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2218/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำลายเอกสารของผู้อื่นที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 เช็คที่ถูกฉีกขาดอันเป็นของกลางในคดีทำลายเอกสาร ไม่ถือเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามมาตรา 188 จึงไม่อาจริบได้และต้องคืนให้เจ้าของ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพยายามฉ้อโกงนางสาว ส. ผู้เสียหายและทำลายเอกสารของนาย ธ. ผู้เสียหาย โดยจำเลยหลอกลวงว่า จำเลยเป็นผู้สื่อข่าวสามารถฝากนางสาว สง เข้าทำงานที่กรมตำรวจได้ และนางสาว ส. ต้องเสียเงินให้จำเลย 30,000 บาท จนนางสาว ส.หลงเชื่อ แต่นาย ธ. ตรวจสอบพบว่าจำเลยไม่ใช่ผู้สื่อข่าวจึงนำเงิน 5,500 บาท มอบให้จำเลยเป็นค่ามัดจำค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นหลักฐานในการจับกุมจำเลย จำเลยรับเงินไว้แล้วสั่งจ่ายเช็คให้นาย ธ. ไว้เป็นประกัน ต่อมาจำเลยได้แย่งเช็คดังกล่าวคืนมาจากนาย ธ. แล้วฉีกทำลายในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นาย ธ. เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาฐานความผิดทำลายเอกสารของผู้อื่น ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำฟ้องว่าเช็คดังกล่าวเป็นของผู้อื่น และการที่จำเลยทำลายนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น อันเป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188 แล้ว เช็คของกลางที่จำเลยฉีกขาดนั้น มิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 จึงไม่อาจริบได้และต้องคืนให้เจ้าของ สำหรับของกลางในข้อหาฉ้อโกงที่ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งคืน จึงคืนให้เจ้าของ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.49 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.188

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคืน (ก) เมื่อระหว่างวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๓๐ เวลากลางวันถึงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๓๐ เวลากลางวันติดต่อกัน จำเลยหลอกลวงนางสาวสุนีย์ แซ่ลี้ ผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจำเลยเป็นผู้สื่อข่าวประจำบริษัทแปซิฟิคอินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และจำเลยสามารถฝากผู้เสียหายให้เข้าทำงานที่กรมตำรวจได้โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน แต่ผู้เสียหายต้องเสียเงินให้จำเลยเป็นจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท สำหรับการฝากเข้าทำงาน เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อตกลงให้จำเลยฝากเข้าทำงานที่กรมตำรวจโดยให้จำเลยไปรับเงินค่ามัดจำค่าใช้จ่ายจำนวน ๗,๐๐๐ บาท จากนายธีระศักดิ์ เบญจาธิกุล เพื่อนของผู้เสียหาย ซึ่งนายธีระศักดิ์ ตรวจสอบพบว่าจำเลยมิได้เป็นผู้สื่อข่าวและจำเลยมีเจตนาจะหลอกลวงฉ้อโกงผู้เสียหาย นายธีระศักดิ์จึงนำเงิน ๕,๕๐๐ บาทใส่ซองมอบให้แก่จำเลยเพื่อใช้เป็นหลักฐานจับกุมจำเลย จำเลยรับเงินจากนายธีระศักดิ์ไว้และได้สั่งจ่ายเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาอ่อนนุช จำนวนเงิน ๗,๐๐๐ บาท มอบให้นายธีระศักดิ์ไว้เป็นหลักประกัน จำเลยได้ลงมือทำผิดไปตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผลเพราะนายธีระศักดิ์ไม่หลงเชื่อตามที่จำเลยกล่าวอ้างหลอกลวงผู้เสียหาย จำเลยไม่อาจฉ้อโกงเอาเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทจากผู้เสียหายและนายธีระศักดิ์ไปได้ (ข) เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๓๐ เวลากลางวัน จำเลยได้ทำให้เสียหายซึ่งเอกสารของนายธีระศักดิ์ผู้เสียหายโดยจำเลยได้แย่งเอาเอกสารเช็คธนาคารกสิกรไทยสาขาอ่อนนุช จำนวนเงิน ๗,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยมอบให้นายธีระศักดิ์ไว้คืนมาแล้วฉีกออกเป็นสี่ส่วน อันเป็นการทำลายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายธีระศักดิ์ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยธนบัตรฉบับละ ๕๐ บาท จำนวน ๑๑ ฉบับ ซึ่งนายธีระศักดิ์มอบให้จำเลยและเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาอ่อนนุช จำนวน ๑ เล่ม นามบัตรชื่อจำเลย ๒๐ ใบ ภาพถ่ายรถยนต์เก๋งจำนวน ๑ ภาพ ซึ่งจำเลยใช้ในการกระทำความผิด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๙๑, ๘๐, ๓๔๑, ๑๘๘ ริบสมุดเช็คซึ่งจำเลยฉีกขาด นามบัตรชื่อจำเลยและภาพถ่ายรถยนต์เก๋งของกลาง ระหว่างสืบพยานโจทก์ นางสาวสุนีย์ แซ่ลี้ ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาพยายามฉ้อโกง ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาทำลายเอกสารของผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๘๘ ให้จำคุก ๔ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ หลังจากสืบพยานไปบ้างแล้ว ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๖ เดือน ของกลางให้ริบ เฉพาะเช็คที่จำเลยฉีกขาด ส่วนของกลางอื่นนั้น เนื่องจากสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับโดยถอนคำร้องทุกข์ จึงไม่สั่งให้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาวินิจฉัยคงมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๘ หรือไม่ เห็นว่า ในความผิดฐานนี้จำเลยให้การว่า " ขอให้การรับสารภาพในข้อหาฐานความผิดฐานทำลายเอกสารของผู้อื่น" เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำฟ้องว่า เป็นเอกสารของผู้อื่น และการที่จำเลยทำลายนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น อันเป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๘ และถึงแม้จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบว่า นายธีระศักดิ์วางแผนจับกุมจำเลยที่หลอกลวงนางสาวสุนีย์โดยมอบเงินให้จำเลยแล้วจำเลยออกเช็คให้ไว้เป็นหลักประกันก็ตาม เมื่อจำเลยมอบเช็คของกลางให้นายธีระศักดิ์แล้ว เช็คนั้นก็เป็นเอกสารของนายธีระศักดิ์ ส่วนเช็คนั้นมีมูลหนี้ที่จะเรียกร้องกันตามเช็คได้หรือไม่นั้นมิใช่ข้อสำคัญ เพราะ การทำลายเอกสารอันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๘ นั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเอกสารนั้นเป็นของใคร เมื่อเช็คเป็นของนายธีระศักดิ์ การที่จำเลยแย่งมาฉีกทำลายจึงเป็นการทำลายเอกสารของผู้อื่น และเช็คที่จำเลยมอบให้นายธีระศักดิ์แล้วนั้นจะเป็นพยานหลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่จะใช้พิสูจน์การกระทำของจำเลยที่โจทก์อ้างว่าเป็นการฉ้อโกง การที่จำเลยทำลายเอกสารดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๘ คำพิพากษาของศาลอุทธรณืนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่เช็คของกลางที่จำเลยฉีกขาดนั้น มิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดในความผิดตามมาตรานี้ จึงไม่อาจริบได้และต้องคืนให้เจ้าของ ส่วนของกลางในข้อหาฉ้อโกงที่ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งคืนสมควรคืนให้เจ้าของเสียด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๙ และมาตรา ๑๘๖ (๙) พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ของกลางทั้งหมดให้คืนเจ้าของ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2218/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายนิยม กุลกาลยืนยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายนิยม กุลกาลยืนยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวุฒิ คราวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1875/2547ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 571/2466ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1666/2506ฎีกา 5426/2536ฎีกา 3388/2526ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 21183/2556ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 3539/2547ฎีกา 2205/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา