คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลต่างด้าวไม่มีสิทธิประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย การประกอบอาชีพดังกล่าวจึงเป็นความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ตามพระราบัญญัติช่วยอาชีพและวิชาชีพ พ.ศ.2484 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกากำหนดอาชีพและวิชาชีพ พ.ศ.2492 นั้น จำเลยซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวไม่มีสิทธิที่จะประกอบอาชีพตัดผมโดยเด็ดขาด และไม่มีทางที่จะได้รับอนุญาตเพราะทางการได้สงวนให้เป็นอาชีพเฉพาะคนไทยเท่านั้น การที่คนต่างด้าวประกอบอาชีพตัดผม จึงถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดเพราะฝ่ายฝืนบทกฎมายที่ได้กำหนดไว้ในตัว ไม่ใช่เป็นการกระทำเพราะไม่ได้รับอนุญาต ของกลาง(เครื่องมือ เครื่องใช้ และธนบัตร) จึงจำเป็นของที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิด และได้มาโดยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 จึงให้ริบ
(อ้างนัยฎีกาที่ 456/2505)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชกฤษฎีกากำหนดอาชีพและวิชาชีพสำหรับเฉพาะคนไทย พ.ศ.2492 ม.4 พระราชกฤษฎีกากำหนดอาชีพและวิชาชีพสำหรับเฉพาะคนไทย พ.ศ.2492 ม.5 พระราชบัญญัติช่วยอาชีพและวิชาชีพ พ.ศ.2484 ม.3 พระราชบัญญัติช่วยอาชีพและวิชาชีพ พ.ศ.2484 ม.4 พระราชบัญญัติช่วยอาชีพและวิชาชีพ พ.ศ.2484 ม.5 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงยุติว่า จำเลยซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน ได้บังอาจประกอบอาชีพการตัดผมอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยกรรไกรปัตเลี่ยนมือ ๑ อัน กรรมไกรแหลม ๑ อัน มีดโกน ๑ เล่ม แปรงอ่อน ๑ อัน ที่ปัดผม ๑ อัน ผ้าคลุม ๑ ผืน หวี ๑ เล่ม ธนบัตร ๕ บาท ซึ่งเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการตัดผม และได้มาโดยการกระทำความผิดเป็นของกลาง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติช่วยอาชีพและวิชาชีพ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๓, ๔, ๕ พระราชกฤษฎีกากำหนดอาชีพและวิชาชีพไว้สำหรับเฉพาะคนไทย พ.ศ.๒๔๙๒ มาตรา ๔, ๕ ปรับ ๑๐๐ บาทของกลางไม่ริบ เพราะการกระทำของจำเลยไม่รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพนั้น ไม่เข้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การประกอบอาชีพการตัดผมไม่ใช่เป็นความผิดในตัวจากการกระทำนั้น เป็นเรื่องทางการไม่อนุญาตให้จำเลยกระทำได้ ของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์สินอันควรริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติช่วยอาชีพและวิชาชีพ พ.ศ.๒๔๘๔ ประกอบกับพระราชกฤษฎีกากำหนดอาชีพและวิชาชีพ พ.ศ.๒๔๙๒ บัญญัติไว้ว่า อาชีพการตัดผมให้เป็นอาชีพสำหรับเฉพาะคนไทย จำเลยซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวไม่มีสิทธิที่จะประกอบอาชีพตัดผมโดยเด็ดขาดและไม่มีทางที่จะได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพตัดผมได้เลย เพราะทางการสงวนให้เป็นอาชีพเฉพาะคนไทยเท่านั้น ฉะนั้น การกระทำของจำเลยจึงถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดเพราะฝ่าฝืนกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ในตัว ไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดเพราะไม่ได้รับอนุญาต ของกลางรายนี้จึงเป็นของที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดและได้มาโดยได้กระทำความผิด ต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ซึ่งนอกจากจะริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ยังให้ศาลมีอำนาจสั่งริบตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓ อีกด้วย (อ้างนัยฎีกาที่ ๕๕๖/๒๕๐๕) พิพากษาแก้ ให้ริบของกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2508
อัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายฮั่วเค็ง แซ่คู่ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายฮั่วเค็ง แซ่คู่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพรียง โรจนรัส · สนิท สุมาวงศ์ · ยุ้ย อาตมียะนันทน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายยงยุทธ เลอลภ · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา