⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9275/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9275/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแบ่งบรรจุยาเสพติดให้โทษตามกฎหมาย จะมีความผิดฐานผลิตยาเสพติดให้โทษต่อเมื่อเป็นการแบ่งบรรจุที่เป็นอันตรายแก่สังคมอย่างร้ายแรง ทำนองเดียวกับการผลิตยาเสพติดให้โทษในรูปแบบอื่น.

ย่อคำพิพากษา

การผลิตโดยการแบ่งบรรจุตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ต้องเป็นการแบ่งบรรจุที่เป็นอันตรายแก่สังคม อย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าจำเลยแบ่งบรรจุเฮโรอีนของกลางโดยมีวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตรายแก่สังคม อย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งการที่จำเลยร่วมกันตัดหลอดกาแฟและกรอกเฮโรอีนของกลาง อาจเป็นการแบ่งบรรจุเพื่อความสะดวกในการเสพ ของตนก็เป็นได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการผลิตเฮโรอีน โจทก์มิได้ฟ้องในความผิดฐานเสพยาเสพติดด้วย แม้กระบอกและเข็มฉีดยาของกลางจำเลยจะมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด แต่ก็เป็นความผิดฐานอื่นไม่เกี่ยวกับฐานความผิดในคดีที่โจทก์ฟ้อง หากศาลพิพากษาให้ริบ ย่อมมีผลเป็นการพิพากษาเกินไปจากหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ศาลจึงไม่อาจริบกระบอกและเข็มฉีดยาของกลางดังกล่าวได้ (วรรคแรกและวรรคสองวินิจฉัยโดยมติประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2544) (ตัดสินก่อนแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.65 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๙๑ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานผลิตเฮโรอีน จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ ฐานผลิตเฮโรอีน จำคุก ๒๕ ปี ฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุก ๑ ปี คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒๖ ปี และจำเลยที่ ๓ คงจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ (๓) ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฐานผลิตเฮโรอีน คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑ ปี จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๒ ปี ไม่ริบกระบอกและเข็มฉีดยาของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันตัดหลอดกาแฟและกรอกเฮโรอีนใส่หลอดกาแฟของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เป็นประการแรกว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดฐานร่วมกันผลิตเฮโรอีนหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การผลิตโดยการแบ่งบรรจุตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ให้โทษต้องเป็นการแบ่งบรรจุที่เป็นอันตรายแก่สังคมอย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ เมื่อทางนำสืบของโจทก์เฉพาะคดีนี้ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าจำเลยที่ ๑ และ ที่ ๓ แบ่งบรรจุเฮโรอีนของกลางโดยมีวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตรายแก่สังคมอย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับการเพาะปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ก็ฟังว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อาจแบ่งบรรจุเพื่อความสะดวกในการเสพของตนก็เป็นได้เช่นนี้ การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงไม่เป็นการผลิตตามบทกฎหมายดังกล่าว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปมีว่า กระบอกและเข็มฉีดยาของกลางนั้น ชอบที่ศาล จะริบได้หรือไม่ เห็นว่า ของกลางดังกล่าวมิใช่สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับฐานความผิดที่โจทก์ฟ้องตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) เพราะโจทก์มิได้ฟ้องในความผิดฐานเสพยาเสพติดด้วย แม้ทรัพย์ดังกล่าวจะมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด แต่ก็เป็นความผิดฐานอื่นไม่เกี่ยวกับฐานความผิดในคดีนี้ หากศาลพิพากษาให้ริบ ย่อมมีผลเป็นการพิพากษาเกินไปจากหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลจึงไม่อาจริบกระบอกและเข็มฉีดยาของกลางดังกล่าวได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9275/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายเจริญ สังฆะมณี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายเจริญ สังฆะมณี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · องอาจ โรจนสุพจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นางสาวรัตนา กิตติพิบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนพจน์ อารยลักษณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 934/2535ฎีกา 1862-1863/2512ฎีกา 1955/2546ฎีกา 5840/2544ฎีกา 6299/2534ฎีกา 1610/2539ฎีกา 2581/2548ฎีกา 2480/2538ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 1554/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 729/2483ฎีกา 531/2510ฎีกา 1411/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา